วันเสาร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

วันที่โลกไม่ต้องการมนุษย์

     มนุษย์มักคิดว่าโลกนี้เกิดมาเพื่อมนุษย์ ทรัพยากร สิ่งมีชีวิตต่างๆ เป็นของมนุษย์ แม้จะยังมีมนุษย์บางส่วนที่คิดว่าตัวเองเกิดมาเพื่อโลก แต่ก็น้อยนัก มนุษย์จึงเผาผลาญทรัพยากรทุกสิ่งทุกอย่างของโลกไปอย่างมากมายมหาศาล ถึงขนาดว่านับจากวันนี้มนุษย์หยุดทำลายธรรมชาติอย่างเด็ดขาดไปอีก 1,000 ปี  ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ไม่อาจกลับคืนมาได้เหมือนเดิม



     ในคัมภีร์โบราณหลายที่มา ล้วนมีคำว่าวันล้างโลก วันพิพากษา  วันสิ้นโลก จุดจบของมวลมนุษย์มากมาย แต่มนุษย์ในวันนี้ไม่ได้สะท้อนสะท้านถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ แม้ว่าจะมีสัญญาณเตือนมากมายเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปรากฎการณ์เรือนกระจกที่ทำให้อุณภูมิโลกสูงขึ้น น้ำแข็งที่ขั้วโลกละลาย หรือ กระแสน้ำทะเลที่เปลี่ยนไปมากมายจนสิ่งมีชีวิตจำพวกปะการังเกิดการฟอกขาว และภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น

     มนุษย์คิดว่ามันยังอีกไกลเหลือเกิน กว่าจะถึงวันนั้นเขาคงไม่มีชีวิตอยู่แล้ว นั่นก็อาจจะจริง แต่ก็มีความจริงบางอย่างอยู่อีก นั่นคือเทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้ารวดเร็วมาก การรักษาโรคต่างๆทำได้ดีขึ่้นอย่างมาก นั่นทำให้มนุษย์มีอายุยืนมากขึ้นจากการแพทย์สมัยใหม่ มนุษย์จึงมีแนวโน้มจะมีอายุยืนมากขึ้น แต่ในมุมกลับ การแพทย์รุดหน้ามากเท่าไหร่ นั่นหมายความว่าโรคต่างๆก็รุนแรงมากขึ้นเช่นกัน โรคต่างๆ ชื่อแปลกๆ อาการแปลกๆเริ่มมีให้ได้เห็นได้ยินมากขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่มนุษย์ทำลายสมดุลย์ของธรรมชาติไปอย่างมากมาย และอีกส่วนหนึ่งเกิดจากการที่มนุษย์ใส่ใจตัวเองน้อยลง ทั้งเรื่องอาหาร อารมณ์ อากาศ ความเครียดต่างๆเกาะกุมหัวใจ เผาผลาญเหมือนไฟที่ไม่มีวันมอดดับอยู่ในอกเสมอ


     เคยจินตนาการถึงวันที่โลกไม่มีมนุษย์อยู่บ้างไหม วันที่ท้องฟ้าเป็นของนกและสัตว์มีปีกทั้งหลาย วันที่ทะเลและสายน้ำเต็มเปี่ยมไปด้วย ปลาและสิ่งมีชีวิตที่อาศัยน้ำอยู่ วันที่ผืนดินเต็มไปด้วยสัตว์ใหญ่น้อยที่เดินขวักไขว่ไปมา ฟ้าเป็นสีฟ้าสดใส ทะเลและเกลียวคลื่นงดงาม ไร้เศษขยะซุกซ่อนอยู่ตามซอกหลืบ หรือลอยคว้งอยู่กลางทะเล วันที่แสงแดดสาดส่องมายังผืนป่าและหาดทรายโดยไร้ตึกสูงมาเป็นฉากหลัง วันที่ภูเขามีแต่หมอกสวยทอดเป็นทางยาวโดยไร้รีสอร์ทหรูต่างๆมาบัง

     มนุษย์กำลังทำลายอนาคตมนุษย์ด้วยกันเองอย่างช้าๆ ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว แม้จะมีมนุษย์บางส่วนเผ้ารักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสิ่งมีชีวิตต่างๆไว้ด้วยความหวงแหน แต่นั่นก็เหมือนจะเพียงทำได้แค่ประคองไว้ชั่วคราว วันใดที่เขาเหล่านั้นหมดแรงลงไป ไม่ว่าจะแรงกาย แรงใจ หรือแรงเงิน จะมีใครเข้าไปพยุงรักษาเขาเหล่านั้นไว้บ้าง จะมีก็แต่กระแสสังคมที่พัดโหมกระพือในสื่อโซเชี่ยลเป็นบางครั้ง ให้เขาเหล่านั้นพอมีกำลังกาย กำลังใจ และกำลังเงินอยู่บ้าง แต่ก็คงได้ไม่นาน



     แล้วหากไม่มีมนุษย์ล่ะ โลกนี้จะเป็นอย่างไร แน่นอนว่าโลกจะสวยงามกว่านี้มากมายนัก เหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลายคงมีอยู่ทุกทั่วหัวระแหง ไม่ว่าบนฟ้า ในน้ำ ในดิน บนผืนดิน บนต้นไม้  แม้ว่าในความเป็นจริงแล้วธรรมชาตินั้นแสนจะโหดร้าย ธรรมชาติแท้จริงนั้นเต็มไปด้วยการกิน และ ถูกกิน อย่างมากมายเหลือคณานับ การฆ่าและการถูกฆ่าเกิดขึ้นทุกที่ ทุกเวลา แต่นั่นก็เป็นวัฎจักรของระบบนิเวศ ที่จะประคองให้ปริมาณของเหล่าสรรพสัตว์มีความเหมาะสม ไม่ให้มากหรือน้อยจนเกินไป แตกต่างจากความโหดร้ายของมนุษย์ที่มอบให้กับธรรมชาติ ความรุนแรงอันไม่มีจำกัด การฆ่าและล่าที่ไร้เหตุผลของการจำเป็นเพื่อหาอาหาร

     และวันหนึ่ง เมื่อสมดุลย์แห่งธรรมชาติได้มาถึงจุดแตกหักจนไม่มีสิ่งใดสามารถประคองไว้ได้อีกแล้ว วันนั้นมนุษย์เองจะได้รับการลงทัณฑ์จากธรรมชาติอย่างหนักหน่วงและรุนแรงไม่น้อยไปกว่าสิ่งที่มนุษย์ได้มอบให้กับธรรมชาติ เมื่อมนุษย์สามารถทำลายล้างธรรมชาติจนถึงขีดสุดได้ แน่นอนว่าธรรมชาติเองก็สามารถทำลายล้างมนุษย์ได้เช่นกัน และทำได้รุนแรงกว่าอย่างมากมายด้วย และมันก็จะถึงเวลาที่โลกใบนี้ได้เยียวยาตัวเองอีกครั้ง โดยไร้ซึ่งมนุษย์



     หากพระเจ้ามีจริง พระองค์จะสงสัยไหมว่า พระองค์ได้ทำผิดพลาดอย่างมหันต์ในการสร้างมนุษย์ขึ้นมาเพื่อให้ทำลายสิ่งที่พระองค์ได้สร้างไว้ก่อนอย่างดีแล้ว หรือนี่คือการทดลองของพระเจ้าที่จะดูว่ามนุษย์จะทำอย่างไร หากเป็นเช่นนั้น วันนี้พระองค์คงได้คำตอบแล่้ว

     แม้เส้นทางสุดท้ายของสิ่งมีชีวิตทั้งปวงนั่นคือความตาย ความเสื่อมสลายไปในที่สุด แต่นั่นไม่ได้ทำให้มนุษย์ส่วนใหญ่ได้สำนึกว่าตนเองนั้นจะดำรงอยู่เพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น หลายๆคนกระทำราวกับว่าตนนั้นจะอยู่ไปชั่วกัลปาวสาน ทั้งที่จริงอย่างมาก็ร้อยกว่าปีเท่านั้นในการดำรงอยู่ แต่ในวันนี้ ใครจะรับรองได้ว่าความอดทนของโลกและธรรมชาติจะสิ้นสุดลงเมื่อใด เมื่อมนุษย์ไม่ได้รักและหวงแหนธรรมชาติ แล้วจะมีเหตุผลใดให้ธรรมชาติรักษาและหวงแหนมนุษย์กันเล่า

     บทความนี้พิมพ์ขึ้นมาจากความรู้และความรู้สึกส่วนตัวเท่านั้น ไม่ได้อิงหลักใดๆทั้งสิ้น ไม่สามารถนำไปใช้พื่อการอ้างอิงทางวิชาการ แต่ก็ยังสงวนลิขสิทธิ์ มิอนุญาตให้ผู้ใดนำส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของบทความไปใช้เพื่อหาผลประโยชน์ เว้นแต่ได้รับอนุญาตหรือนำไปใช้เพื่อการศึกษาโดยไม่มีผลประโยชน์ใดๆตอบแทน

     ขอบคุณทุกท่านที่สละเวลามาอ่านบทความของผม
     ด้วยความเคารพจาก Teddy และ  Zad Channel
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม