วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

จะหนีไปอยู่ต่างประเทศ ดูราคาอาหารก่อนไหม Thai food in Sweden

      แนวคิดการหนีไปอยู่ต่างประเทศของคนไทยบางกลุ่มตอนนี้ เป็นเรื่องที่อาจจะเป็นแค่กระแส หรืออาจจะมีหลายๆคนเอาจริงก็ได้ วันนี้จึงเอาข้อมูลด้านอาหารการกินบางอย่างที่ประเทศสวีเดนมาให้ดูกันครับ

     แม้การจะไปอยู่ต่างประเทศจะไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไปแล้ว เพราะทุกวันนี้ก็มีคนไทยไปอยู่ทั่วโลก ทั้งไปเพื่อการศึกษา ดูงาน ท่องเที่ยว หรือใช้ชีวิตถาวรอยู่ที่นั่น และก็ดูจะไม่ใช่เรื่องยากเกินความฝันเหมือนในอดีต 

    โดยเฉพาะยิ่งมีกกระแสเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ล้มเหลวโดยสิ้นเชิงของรัฐบาลนี้อยู่ด้วยแล้ว จึงทำให้แนวคิดด้านนี้ดูจะเป็นจริงมากขึ้น และหากเกิดขึ้นจริงโดยเฉพาะกับบุคคลระดับมันสมอง ผู้เชี่ยวชาญ ผู้มีความรู้และวุฒิการศึกษาที่ขาดแคลนในประเทศไทย ก็ยิ่งเป็นที่เสียดายอย่างมาก

     แต่เรื่องอาหารการกินก็เป็นเรื่องสำคัญไม่น้อยครับ คนไทยเรา ถึงจะไปอยู่ที่ไหนของโลกก็คงอยากจะกินอาหารไทยบ้างเป็นบางครั้ง งั้นเรามาลองดูราคาวัตถุดิบสำหรับทำอาหารไทยที่ประเทศสวีเดนกันหน่อยไหมครับ 

     นี่คือปลีกล้วย ราคาหัวละ 77 และ 82 โครนสวีเดน ( 1 โครนสวีเดนประมาณ 3.75 บาท ) หรือประมาณ 287.98 และ 307.50 บาท ซึ่งถือว่าแพงมากมายสำหรับคนไทยที่อยู่ในประเทศไทย เพราะปกติหัวปลีนั้น ราคาตลาดทั่วๆไปคงไม่เกิน 20-50 บาท  และหากเป็นตามชนบทก็หากินกันฟรีไม่ยากนัก หรือมะละกอลูกละ 472.50 บาท ก็น่าคิดไม่น้อยนะครบั 

     และนี้ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่หลายๆคนควรคิดพิจารณากันให้รอบคอบ ก่อนจะตัดสินใจไปใช้ชีวิตอยู่ต่างบ้านต่างเมือง แต่หากใครที่กำลังจะไปจริงๆ หรือไปอยู่แล้ว มีชีวิตเป็นเช่นไรกันบ้างก็ช่วยแชร์ให้หลายๆคนได้รับรู้ จะเป็นวิทยาทานชั้นเลิศที่ประเมินค่าไม่ได้เลยครับ










วันเสาร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

ไร่เชิญตะวัน ในวันที่ไร้ผู้คน

     ไร่เชิญตะวัน หรือศูนย์วิปัสนาสากลไร่เชิญตะวัน ของท่านพระอาจารย์ ว.วชิรเมธี หรือ พระเมธีวชิโรดม ผู้ก่อตั้งสถานที่แห่งนี้ กับความเงียบเหงาในวันที่ไร้ผู้คน Cherntawan International Meditation Center


     จากสถาณการณ์โรคระบาดอย่างโควิด 19 ที่กำลังก่อปัญหาทุกอย่างให้กับคนทั้งโลกตอนนี้ ผมเองได้มีโอกาสแวะไปที่ศูนย์วิปัสนาไร่เชิญตะวันแห่งนี้อีกครั้ง แต่ครั้งนี้แตกต่างกับทุกครั้งตรงที่ไร้ผู้คนปรากฎให้เห็นเลยแม้แต่คนคนเดียว ซึ่งแตกต่างจากเดิมเป็นอย่างมาก 






     เนื่องจากสถานที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญของจังหวัดเชียงราย ทั้งในเรื่องของสถานที่ปฏิบัติธรรมที่มีชื่อเสียง และการเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนาที่สำคัญ และยังเป็นทางผ่านสู่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดเชียงรายอีกหลายที่เช่น ภูชี้ฟ้า ภูชี้ดาว ภูชี้เดือน ผาตั้ง และ อำเภอเชียงของ ที่เป็นเมืองหน้าด่านสำคัญทางเศรษฐกิจที่สำคัญอีกด้วย 





     แต่ในท่ามกลางความเงียบเหงานั้นไม่ได้ทำให้เรารู้สึกว้าเหว่แต่อย่างใด กลับทำให้เรารู้สึกสงบมากกว่าทุกๆครั้ง เรารู้สึกซึมซับกับบรรยากาศที่แท้จริงของไร่เชิญตะวันได้มากกว่าทุกครั้งที่เรามา แม้คำสอนสั้นๆที่ติดอยู่ตามทางเดินเล็กๆ ก็ทำให้เราหยุดอ่านได้นานๆ เพื่อทำความเข้าใจถึงความหมายนั้นได้มากกว่าเดิม ที่ทุกครั้งต้องรีบเดิน รีบกิน รีบดู ราวกับจะมีใครมาแย่งสิ่งเหล่านั้นไป 





    เราใช้เวลาที่นี่นานกว่าทุกๆครั้งที่มา เราอยากซึมซับทุกความสงบและทุกคำสอนของที่นี่ไว้ให้มากที่สุด เพราะเราก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้มาสถานที่แห่งนี้อีกไหม และหากได้มา เราจะได้พบกับความสงบแบบนี้อีกไหม หากใครมีโอกาสได้มาที่จังหวัดเชียงราย ผมอยากแนะนำให้มาที่นี่กันสักครั้งนะครับ และคุณจะไม่มีทางลืมเชียงรายได้เลย



























     #ไร่เชิญตะวัน #ว.วชิรเมธี #พระเมธีวชิโรดม