ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

โพสต์

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ ธรรมมะเพื่อชีวิต

ฉันไม่ได้เลื่อนยศ ธรรมะเพื่อชีวิต

เพราะมีสิ่งนี้ จึงมีสิ่งนี้ เพราะด้วยเหตุนี้ จึงเป็นเช่นนี้ ความจริงที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้เมื่อกว่า 2500 ปีที่แล้ว ยังคงจริงแท้แน่นอน และใช้ได้ในปัจจุบันไปจนถึงอนาคต 



     พุทธองค์สอนความจริงอันประเสริฐไว้แล้ว นั่นคือ อริยสัจ4 อันได้แก่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และ มรรค แปลง่ายๆก็คือ
     ทุกข์     คือ   การรู้สึกถึงความทุกข์ ความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ
     สมุทัย  คือ   สาเหตุของการเกิดทุกข์
     นิโรธ    คือ   การดับดับทุกข์
     มรรค    คือ   หนทางแห่งการดับทุกข์ อันประกอบไปด้วยการกระทำ 8 ประการ


     อธิบายให้เข้าใจง่ายเข้าไปอีก เช่น ร้อยตำรวจเอก สมชาย รู้สึกเครียดและไม่สบายใจเลย เพราะเขามีสิทธิ์ที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นขึ้นเป็นสารวัตร ติดยศ พันตำรวจตรี แต่คำสั่งก็ยังไม่ออกสักที เขาจึงรู้สึกหงุดหงิดตลอดเวลา กินไม่ได้ นอนไม่หลับ นี่คือ "ทุกข์"  

     และสาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะเขาหวังไว้มาก วิ่งเต้นทุกอย่างเพื่อที่จะได้ประสบความสำเร็จ ก้าวหน้าในอาชีพการงาน  อีกทั้งทางครอบครัว เพื่อนฝูงก็เรียกเขาว่าสารวัตรล่วงหน้าไว้แล้วหลายวัน นี่คือ "สมุทัย" มันคือความอยาก อ…

วัดอยู่ที่ไหน? คำตอบจากหลวงปู่ฝั้น อาจาโร ให้กับในหลวงรัชกาลที่ 9

คนวิ่งเข้าวัดนี้ ออกวัดนี้ ไล่ทำบุญทำทานบ่อยๆ ทุกวันนี้รู้ไหมว่าวัดคืออะไร อยู่ที่ไหน เป็นอย่างไรบ้าง ลองมาดูคำตอบง่ายๆจาก หลวงปู่ฝั้น อาจาโร ที่มีให้กับในหลวงรัชกาลที่ 9


ครั้งหนึ่งหลวงปู่ฝั้น อาจาโร กับในหลวงรัชกาลที่ ๙ ได้พบ สนทนาธรรมกันที่วัดบวรนิเวศวิหาร

หลวงปู่ก็ถามว่า : ดูก่อนมหาบพิตร มาวัดบ่อยไหม?

ในหลวง : ไม่ใคร่บ่อยนักเนื่องจากมีราชการงานมาก

หลวงปู่ : ถ้ามหาบพิตรมาวัด มาที่วัดไหนล่ะ

ในหลวง : ส่วนใหญ่กระผมมาที่ วัดบวรนิเวศวิหารนี้ มานมัสการสมเด็จพระญาณสังวรฯ ซึ่งเคยเป็นพระพี่เลี้ยงตอนบวช

หลวงปู่ : มหาบพิตร ตรงไหนล่ะวัด นั้นก็เรียกว่า กุฏิ นั้นก็เรียกว่า ศาลา นั้นก็เรียกว่า โบสถ์ เมื่อสิ่งต่างๆ เหล่านี้มารวมกันเข้าก็สมมติเรียกกันว่า วัด เพราะฉะนั้น ตัวตนของวัดจริงๆนั้น ไม่มีดอก ที่โบราณเขาเรียกกัน ว่าที่รวมเหล่านี้เป็นวัด นั้นก็เพื่อ ให้"มาวัด"ที่ดวงใจของเรานี้ว่า ขณะนี้ดวงใจของเรานี้อยู่ห่างไกลจากกิเลส ห่างไกลจากความทุกข์มากน้อยขนาดไหนแล้ว โดยให้เราวัดอยู่เสมอๆ นั้นแหละ อย่างนี้จึงจะเรียกว่า "มาถูกวัด" ในความหมายที่แท้จริง

ในหลวง : ถ้าเช่นนั้น ขณะที่กระผมอย…

จำไว้ เมื่อหมดประโยชน์เขาก็ทิ้ง

     ท่านทั้งหลาย จงมาฟังทางนี้เถิด โดยเฉพาะท่านที่มียศ มีตำแหน่งทั้งหลาย ความจริงนี้จะช่วยเตือนใจท่านได้บ้าง ไม่มากก็ต้องมีสักน้อยอย่างแน่นอน


     สิ่งใดมี "คุณค่า" เราวัดกันด้วยอะไร สิ่งใดที่มี "มูลค่า" เราวัดกันด้วยอะไร คุณค่าและมูลค่านั้นแตกต่างกันอย่างมาก คุณค่าเป็นเรื่องของความรู้สึกความผูกพัน แม้ไม่มีราคาสักสลึงก็อาจเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากก็ได้ ส่วนมูลค่านั้นเป็นเรื่องของความจับต้องและคำนวณได้ กำหนดได้ มีราคาได้ บางสิ่งอาจจะมีทั้งคุณค่าและมูลค่า บางสิ่งก็มีแค่สิ่งใดสิ่งหนึ่งเท่านั้น

     คนๆหนึ่งที่เกิดมาบนโลกนี้ อาจสร้างคุณค่าให้ตัวเองด้วยการทำตัวมีประโยชน์แก่ตัวเอง แก่สังคม แก่โลกนี้ และอาจสร้างมูลค่าให้กับตัวเองเมื่อต้องกลายเป็นคนสำคัญ คนมีชื่อเสียง หรือเป็นคนมีความรู้ ใครอยากให้ไปโชว์ตัวที่ไหนก็ต้องมีเงินจ้าง หรือมีสิ่งตอบแทน จะทำอะไรก็ได้เงินได้ทอง ได้ผลประโยชน์ไปทุกอย่าง เขาจึงเป็นทั้งคนที่มีคุณค่าและมูลค่ากันไปในตัว


     สิ่งของบางอย่างเมื่อยังมีคุณค่าและมูลค่า ใครๆต่างก็พากันกราบไหว้เคารพบูชา แต่เมื่อหมดคุณค่า หรือมูลค่าลงแล้ว เขาก็พากันเอามาทิ้ง ดังเ…

ตายก่อนตาย ทำได้จริงๆหรือ ธรรมมะเพื่อชีวิต

ในศาสนาพุทธ เรามีความเชื่อในเรื่องวัฏสงสาร นั้นคือการเวียนว่ายตายเกิด และมีความเชื่อว่าการเวียนว่ายตายเกิดของเรานั้นได้ผ่านมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน และจะเกิดขึ้นอีกนับครั้งไม่ถ้วนต่อไป ไม่ว่าเราจะอยากหรือไม่อยากก็ตาม ส่วนการได้เกิดเป็นอะไรมาบ้างแล้ว หรือจะเกิดเป็นสิ่งใดในอนาคต สิ่งเดียวที่กำหนดไว้คือ กรรม เท่านั้น กรรมนั้นหมายถึงทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว ที่จะเป็นตัวกำหนดสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเท่านัั้น กรรมที่ล่วงมาแล้วในอดีตเราไม่สามารถไปแก้ไขได้


     และเพราะเราทุกคนล้วนมีความตายรออยู่เบื้องหน้าเช่นเดียวกันทุกๆคน ไม่มีใครสามารถที่จะหลีกหนีความตายไปได้ เราทุกคนล้วนรู้ถึงสิ่งนี้กันดีอยู่แล้ว แม้จะพยายามลืมหรือไม่นึกถึงความตาย แต่สุดท้ายความตายก็จะเกิดขึ้นกับทุกคนอยู่ดี  ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นใครก็ตาม สิ่งเดียวที่คนๆนั้นจะนำติดตัวไปด้วยคือผลแห่งกรรมเท่านั้น


     หากในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าเราทุกคนล้วนมีความตายรออยู่เบื้องหน้า และสิ่งต่างๆนอกเหนือจาก บาป และ บุญ เราเอาไปไม่ได้เลย ใยไม่คิดที่จะตายซะก่อนล่วงหน้าที่จะตาย คำว่าตายก่อนนี้หมายถึงการเข้าถึงความจริงแท้ของชีวิต นั่นคือ อริยสัจ 4 อัน…

รุ่งอรุณแห่งความตาย "ธรรมมะเพื่อชีวิต"

" ความตาย" เป็นสิ่งที่เกิดมาควบคู่กับการเกิด เป็นเรื่องที่สิ่งมีชีวิตทั้งปวงปฏิเสธไม่ได้ ไม่ว่าอยากหรือไม่อยาก ชอบหรือไม่ชอบ จะหลีกหนีไปอยู่ลึกถึงใจกลางโลกหรือสุดขอบจักรวาล ก็ยังไม่อาจหนีความตายได้พ้น


      ว่ากันว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตประเภทเดียวที่รู้ว่าตัวเองต้องตาย สัตว์ต่างๆนั้นหาได้รู้ว่ามีความ แก่ ความเจ็บ และความตายรออยู่เบื้องหน้า ต่างดำรงชีวิตอยู่ด้วยสัญชาติญาณ กิน ถูกกิน หลับนอน สืบพันธุ์ และเมื่อหมดแรงด้วยการแก่หรือการป่วยก็รอเวลาตายเท่านั้น  โดยที่ไม่รู้ว่าชีวิตและความตายคืออะไร

     มนุษย์ส่วนใหญ่แม้จะรู้ดีว่าตัวเองจะต้องตาย แต่กลับหลงลืมหรือแกล้งทำเป็นลืมว่าวันนั้นจะมาถึง หรือบางคนก็คิดว่ายังอีกนาน ซึ่งจริงๆแล้วเราต่างก็รู้ว่าเวลานั้นไม่อาจกำหนดหรือหยั่งรู้ได้ด้วยตัวเอง เว้นแต่เป็นการกระทำอัตวินิบาตกรรม คือการลงมือปลิดชีวิตของตัวเองลงเท่านั้น ซึ่งในทุกๆศานาเชื่อกันว่าเป็นการก่อบาปที่หนักหนามาก


      มนุษย์เพียงส่วนน้อยมากๆเท่านั้นที่เข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงการดำรงค์อยู่ของชีวิตและการมีอยู่ของวัฏสงสาร อันมีเวียนว่ายตายเกิด ชดใช้บาปและรับผลบุญกันมาไม่รู้กี่ชาติกี่…