ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ตำรวจไม่ใช่ศัตรูของคุณ

      รู้ไหม? ตำรวจไม่ใช่ศัตรูของคุณ คนที่เป็นศัตรูของพวกคุณทุกคนไม่ว่าจะฝ่ายไหนก็ตาม คือผู้มีอำนาจเพียงไม่กี่คนต่างหาก และพวกผู้มีอำนาจเหล่านั้่นก็ทำแค่การสั่งการลงมายังผู้ปฏิบัติซึ่งเป็นหนังหน้าไฟที่ไม่มีทางหลีกเลี่ยงอะไรได้ นั่นก็คือตำรวจนั่นเอง 

     ผมติดตามดูสถาณการณ์การชุมนุมในทุกๆครั้ง แม้แต่ในครั้งนี้ที่ถือว่าเป็นสถาณการณ์ที่ยังไม่มีอะไรรุนแรง แม้จะมีมวลชนมาร่วมกันมากขนาดนี้ และยังมีแนวโน้มว่าจะมีเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ รวมทั้งในต่างจังหวัดเองก็เริ่มมีการชุมนุมกันเกิดขึ้นแล้ว

     อย่างที่เราทุกคนรู้กันดี การเมืองเป็นเรื่องของผลประโยชน์ทั้งนั้น ไม่ผลประโยชน์ที่เป็นเงินทอง ก็ผลประโยชน์ทางอำนาจ ธุรกิจ ที่เอื้อกันมาอย่างยาวนานหลายร้อยปีแล้วสำหรับประเทศนี้ การปฏิวัติ รัฐประหาร กี่ครั้งๆก็ไม่เคยช่วยให้อะไรดีขึ้น เพราะทุกอย่างถูกฝังแน่นกับเหล่าระบบที่ถูกยึดแน่นมากยิ่งกว่ากาวตราช้าง

     และทุกครั้งที่มีปัญหากัน ตำรวจจะต้องเป็นคนแรกที่ไปอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งนั้น ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ เป็นหรือตาย ก็ต้องมีตำรวจอยู่ตรงนั้นทุกที ในครั้งนี้ผมเชื่อเหลือเกินว่าไม่มีตำรวจคนไหนอยากไปอยู่ตรงนั้นเลย แต่แน่นอนว่าไม่ว่าจะอยากหรือไม่อยากก็ต้องไป เพราะมันเป็นหน้าที่ เป็นอาชีพ เป็นรายได้หลักที่จะจุนเจือเกื้อหนุนชีวิตของพวกเขาและครอบครัวของเขา คนที่สั่งเขาไม่ได้ถามว่าอยากไปไหม เขาแค่สั่งให้ไป แล้วก็ต้องไป เขาสั่งให้ทำก็ต้องทำ หลายคนมองเด็กๆที่อยู่ตรงหน้าเป็นลูกเป็นหลาน เป็นน้องๆ เขาไม่ได้อยากทำอะไร แต่บางครั้งเมื่อคำสั่งมาเด็ดขาดและกดดันมากๆ เขาก็ต้องทำ

     เมื่อเป็นเช่นนั้น ตำรวจก็ต้องเป็นคนแรกที่โดนด่า โดนตี โดนขว้างปาสิ่งของเข้าใส่ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะมันเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ เจ็บก็พาไปโรงพยาบาล ตายก็พาไปวัด เจ้านายใหญ่ๆจะโผล่เอากระเช้าพร้อมซองมาให้สักครั้ง จากนั้นก็ไม่เคยโผล่หน้ามาให้เห็นอีกเลย 

     หากคุณเป็นตำรวจ คุณจะอยากทำอะไรที่ทำให้ชีวิตตัวเองต้องเสี่ยงไหม คุณจะยอมทนให้เขาด่า ดูถูก เหยียดหยาม หรือทำร้ายคุณแค่ไหน จะทนได้อย่างพวกเขาไหม

     ทุกคนก็รู้ว่านี่เป็นเกมของผู้มีอำนาจ ตำรวจเป็นเพียงแค่เบี้ยเล็กๆในกระดานใหญ่ เป็นแค่หนังหน้าไฟที่ใครก็ตบก็ตีได้ทั้งนั้น สิ่งที่ผมอยากจะบอกตอนนี้คือ ตำรวจไม่ใช่ศัตรูของพวกคุณครับ เขาแค่มาทำหน้าที่ตรงนั้น เขาโดนสั่งให้ไป จากเหนือสุด จากอีสาน ก็ไปกัน เชื่อผม ไม่มีใครอยากไปครับ ไม่มีใครอยากทำร้ายเด็กๆด้วย แต่เขาไปเพราะต้องไป 

     

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตำรวจไทย ในวันอ่อนแอ

     "ตำรวจ" อาชีพที่อยู่ท่ามกลางความสับสนและน่าสงสัยมากที่สุดในโลก โดยเฉพาะตำรวจไทย ที่เหมือนกับถูกสาปให้จมดิ่งอยู่กับความเลวร้ายในทุกเรื่อง ทุกอย่าง และทุกสถานที่ แม้ในวันที่ทุกคนรู้ว่าตำรวจเป็นหน่วยงานที่อ่อนแอที่สุด       จากคำสั่งล่าสุดของผู้มีอำนาจต่อองค์กรตำรวจ ได้แต่งตั้งให้บุคคลที่รู้กันอยู่ว่าเกลียดชังตำรวจมากที่สุด เป็นศัตรูกับตำรวจมาโดยตลอด และเคยอยู่ในเหตุการณ์ที่ตำรวจถูกทำร้ายอย่างรุนแรงโดยอาวุธสารพัดชนิด ทั้งมีด ไม้ ปืน หรือแม้กระทั้งอาวุธสงคราม จนบาดเจ็บสาหัสและตายคาที่  ให้คนผู้นี้มามีอำนาจเหนือตำรวจทั้งประเทศ และแม้จะมีกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงจากตำรวจชั้นผู้น้อยทั่วประเทศ แต่ก็หาได้มีผลอะไรเลย      นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้มีอำนาจทำเยี่ยงนี้ ก่อนหน้านี้ก็เคยแต่งตั้งผู้ที่โดนกล่าวหาว่ากระทำความผิดอาญาแผ่นดินให้มาเป็นผู้มีอำนาจในการปราบปรามผู้กระทำความผิดและต่อต้านการทุจริตมาแล้ว โดยไม่สนใจความผิดถูก ชั่วดี หรือ กระแสสังคมใดๆเลย      คงมีบางคนที่คิดว่า ใช้คนที่เกลียดตำรวจนี่แหละมาปฏิรูปตำรวจจะได้ผลดีมากที่สุด เพราะเขาคงไม่ยอมให้สิ่งแย่ๆในวงการนี้ดำเ

ทำไมต้องเป็น พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เท่านั้น

      เสร็จสิ้นไปแล้วแบบไม่พลิกโผ แต่ยังมีเรื่องที่หลายคนอยากรู้ว่าทำไมจึงเป็น พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ที่ได้ขึ้นครองบัลลังค์ ผบ.ตร. คนใหม่       หากจะให้วิเคราะห์เองก็คงวิเคราะห์ตามความรู้ที่มีเพียงเล็กน้อย ส่วนใหญ่ก็คงวิเคราะห์คาดเดากันตามเหตุผลและประสบการณ์ที่หลายคนเคยมี แต่ถ้าจะฟังวิเคราะห์เจาะลึก เล่าความเป็นมากันจริงๆแล้ว ก็อยากให้ลองฟังจากผู้ที่คร่ำหวอดในวงการสีกากีกันเลยดีกว่า เชิญชมคลิปวีดีโอจาก NEWS1 กันได้ครับ

ตะลึงทั้งประเทศ จากพันตำรวจเอก กลายเป็นวินมอไซค์รับจ้าง

      ถึงกับตกตะลึงกันไปทั้งบาง เมื่อพบความจริงว่า ลุงวินมอไซค์คนนี้ แท้จริงเป็นตำรวจที่มียศถึง พันตำรวจเอก     ใครที่เคยไปใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์หน้าปากทางเข้าโรงเรียนตำรวจภูธร 2 หรือ ปัจจุบันคือศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 2 จังหวัดชลบุรี น่าจะเคยใช้บริการของวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างหมายเลข 16 กันบ้างแล้ว แต่มีใครรู้บ้างไหมว่าชายคนนี้เป็นใคร      พันตำรวจเอก ธีระศักดิ์ พบศิลา หรือ "ลุงอู๊ด" ที่ใครๆในละแวกนั้นต่างรู้จักกันดี มีอาชีพเสริมคือการขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างอยู่บริเวณหน้าปากทางเข้าศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 2 จังหวัดชลบุรีในขณะนี้ มีประวัติความเป็นมาอย่างไร ถึงได้มาทำอาชีพนี้ รายได้จากการเป็นตำรวจมากน้อยแค่ไหน แล้วอาชีพขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างส่งผลอะไรกับชีวิตรับราชการหรือไม่ มีคำตอบอยู่ตรงนี้ครับ     ลุงอู๊ด จบการศึกษาจากโรงเรียนตำรวจภูธร 2 ชลบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2519  ได้รับราชการตำรวจมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งจบการศึกษาระดับปริญญาตรี และ ได้สอบเลื่อนชั้นขึ้นเป็นนายตำรวจยศ ร้อยตำรวจตรี จนถึงยศขณนี้คือ พันตำรวจเอก ได้เล่าเรื่องราวของเขาและครอบครัวให้ฟังว่า เงินเดือ