ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ตำรวจไทย ในวันอ่อนแอ

     "ตำรวจ" อาชีพที่อยู่ท่ามกลางความสับสนและน่าสงสัยมากที่สุดในโลก โดยเฉพาะตำรวจไทย ที่เหมือนกับถูกสาปให้จมดิ่งอยู่กับความเลวร้ายในทุกเรื่อง ทุกอย่าง และทุกสถานที่ แม้ในวันที่ทุกคนรู้ว่าตำรวจเป็นหน่วยงานที่อ่อนแอที่สุด 

     จากคำสั่งล่าสุดของผู้มีอำนาจต่อองค์กรตำรวจ ได้แต่งตั้งให้บุคคลที่รู้กันอยู่ว่าเกลียดชังตำรวจมากที่สุด เป็นศัตรูกับตำรวจมาโดยตลอด และเคยอยู่ในเหตุการณ์ที่ตำรวจถูกทำร้ายอย่างรุนแรงโดยอาวุธสารพัดชนิด ทั้งมีด ไม้ ปืน หรือแม้กระทั้งอาวุธสงคราม จนบาดเจ็บสาหัสและตายคาที่  ให้คนผู้นี้มามีอำนาจเหนือตำรวจทั้งประเทศ และแม้จะมีกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงจากตำรวจชั้นผู้น้อยทั่วประเทศ แต่ก็หาได้มีผลอะไรเลย

     นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้มีอำนาจทำเยี่ยงนี้ ก่อนหน้านี้ก็เคยแต่งตั้งผู้ที่โดนกล่าวหาว่ากระทำความผิดอาญาแผ่นดินให้มาเป็นผู้มีอำนาจในการปราบปรามผู้กระทำความผิดและต่อต้านการทุจริตมาแล้ว โดยไม่สนใจความผิดถูก ชั่วดี หรือ กระแสสังคมใดๆเลย


     คงมีบางคนที่คิดว่า ใช้คนที่เกลียดตำรวจนี่แหละมาปฏิรูปตำรวจจะได้ผลดีมากที่สุด เพราะเขาคงไม่ยอมให้สิ่งแย่ๆในวงการนี้ดำเนินต่อไปได้ คงจัดการได้แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพราะมีผู้มีอำนาจหนุนหลังอย่างเต็มที่ และพลังส่วนตัวของคนผู้นี้ก็ไม่ใช่ธรรมดา จึงไม่จำเป็นต้องสนหน้าอินทร์ หน้าพรหม ใดๆทั้งสิ้น


     แต่ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา เมื่อประเทศผู้รุกรานได้ยึดเมืองขึ้นจากศัตรูได้ มีครั้งไหนบ้างไหมที่เมืองของผู้พ่ายแพ้สงครามจะดีขึ้นบ้าง กินดีอยู่ดี หรือเศรษฐกิจดีขึ้นบ้างไหม ไม่มีเลย มีแต่ถูกกดหัว ขูดรีด ย่ำยี จนแทบไม่เหลือความเป็นตัวของตัวเองซะทุกครั้ง  และยุทธวิธีสำคัญที่ใช้ในการสงครามแบบได้ผลมาโดยตลอด คือทำให้ศัตรูอ่อนแอจากภายใน แตกแยก และขาดความสามัคคี ยิ่งมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำลายได้ง่ายขึ้นแค่นั้น ครั้งนี้จะต่างกันสักเพียงไหนเชียว

     ตำรวจไทยมีองค์กรขนาดใหญ่ มีกำลังพลมากกว่าสองแสนนาย เป็นองค์กรที่มีเรื่องร้องเรียนมากที่สุดองค์กรหนึ่ง ทั้งเรื่องการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ และแค่เรื่องไม่พอใจเล็กน้อยก็กลายมาเป็นเรื่องใหญ่ได้ เพียงเพราะเขาเป็นตำรวจ เป็นเมียตำรวจ หรือเป็นลูกตำรวจ และที่สำคัญ เมื่อมีคำว่าตำรวจตกเป็นจำเลยต่อสังคมในเรื่องต่างๆด้วยแล้ว สังคมพร้อมจะตัดสินความผิดทันทีโดยแทบไม่ต้องอ่านรายละเอียดหรือสอบถามความเป็นจริงเลย

     เรามาถึงวันที่องค์กรหนึ่งไม่มีใครแตะต้องได้เลย สามารถใช้เงินงบประมาณแผ่นดินได้อย่างมหาศาล และตรวจสอบไม่ได้แม้แต่นิดเดียว อยากใช้งบประมาณอะไรก็ใช้ได้เต็มที่ ซื้อทุกอย่างที่ต้องการเพื่อเสริมเขี้ยวเล็บของตัวเองโดยอ้างความมั่งคงของชาติเป็นข้ออ้าง แต่กับองค์กรตำรวจกลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง


     ผมเองไม่แปลกใจเลยที่ตำรวจจะทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ เพราะทำดีแค่ไหนก็ไม่เคยพอ อย่างมากก็แค่เสมอตัว สู้รักษาตัวรอดไปวันๆเพื่อรอวันเกษียณโดยไม่มีเรื่องจะดีกว่า ยิ่งทำมากก็เสี่ยงที่จะโดนมาก นายสูงๆก็รักษาเก้าอี้ตัวเองแทบจะไม่อยู่ ผู้ปฏิบัติก็โดนย่ำยีจนแทบไม่เหลือชิ้นดี หลายคนคงพูดว่าทนไม่ไหวก็ลาออกไปทำอาชีพอื่นสิ เป็นตำรวจต้องทำได้ แน่นอน เพราะคนพูดส่วนใหญ่ไม่ใช่ตำรวจอยู่แล้ว ไม่เคยมารับรู้ความทุกข์ยากของพวกเขา ไม่เคยมาสัมผัสหน้างานของตำรวจจริงๆจังหรอกถึงได้พูดแบบนี้ และ ในความเป็นจริง ตำรวจเก่งๆ ดีๆจำนวนมากได้พากันลาออกไปทำอย่างอื่นตามที่เขาเหล่านั้นพูดไปมากมายแล้วครับ

   สุดท้าย นี่ก็เป็นอีกแค่บทความหนึ่งที่ผู้เขียนอยากจะให้อ่านเพื่อได้รับรู้ความเป็นจริง ได้เข้าใจความรู้สึกของตำรวจบ้าง แน่นอนว่าในทุกองค์กรย่อมมีทั้งคนดี คนเลว ปะปนกันมากมาย แต่หากอยากให้คนดีๆยังคงอยู่ได้ คุณต้องหยุดทำลายพวกเขาสักที

บทความนี้ผู้เขียนสงวนลิขสิทธิ์ ผู้ใดนำไปเผยแพร่เพื่อผลประโยชน์โดยไม่รับอนุญาตจะถูกดำเนินคดีจนถึงที่สุด
   

   


ความคิดเห็น

  1. หากมีโอกาสจะทำให้ดีขึ้นครับ

    ตอบกลับลบ
  2. คงต้องทำหน้าที่เราต่อไปตามหน้าที่เพราะเป็นอาชีพี่รัก.สู้อดทนกันนะครับพี่ๆเพื่อนๆน้องๆ

    ตอบกลับลบ
  3. ไม่ระบุชื่อ25 เมษายน 2563 21:39

    สู้ๆครับ คนดีตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ (แข็งกว่าเหล็กนั้นตำรวจไทย)✌✌✌

    ตอบกลับลบ

โพสต์ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตะลึงทั้งประเทศ จากพันตำรวจเอก กลายเป็นวินมอไซค์รับจ้าง

ถึงกับตกตะลึงกันไปทั้งบาง เมื่อพบความจริงว่า ลุงวินมอไซค์คนนี้ แท้จริงเป็นตำรวจที่มียศถึง พันตำรวจเอก




  ใครที่เคยไปใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์หน้าปากทางเข้าโรงเรียนตำรวจภูธร 2 หรือ ปัจจุบันคือศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 2 จังหวัดชลบุรี น่าจะเคยใช้บริการของวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างหมายเลข 16 กันบ้างแล้ว แต่มีใครรู้บ้างไหมว่าชายคนนี้เป็นใคร

     พันตำรวจเอก ธีระศักดิ์ พบศิลา หรือ "ลุงอู๊ด" ที่ใครๆในละแวกนั้นต่างรู้จักกันดี มีอาชีพเสริมคือการขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างอยู่บริเวณหน้าปากทางเข้าศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 2 จังหวัดชลบุรีในขณะนี้ มีประวัติความเป็นมาอย่างไร ถึงได้มาทำอาชีพนี้ รายได้จากการเป็นตำรวจมากน้อยแค่ไหน แล้วอาชีพขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างส่งผลอะไรกับชีวิตรับราชการหรือไม่ มีคำตอบอยู่ตรงนี้ครับ


    ลุงอู๊ด จบการศึกษาจากโรงเรียนตำรวจภูธร 2 ชลบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2519  ได้รับราชการตำรวจมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งจบการศึกษาระดับปริญญาตรี และ ได้สอบเลื่อนชั้นขึ้นเป็นนายตำรวจยศ ร้อยตำรวจตรี จนถึงยศขณนี้คือ พันตำรวจเอก ได้เล่าเรื่องราวของเขาและครอบครัวให้ฟังว่า เงินเดือนจากการเป็นข้าราชการตำรวจน…

ทำไมต้องเป็น พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เท่านั้น

เสร็จสิ้นไปแล้วแบบไม่พลิกโผ แต่ยังมีเรื่องที่หลายคนอยากรู้ว่าทำไมจึงเป็น พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ที่ได้ขึ้นครองบัลลังค์ ผบ.ตร. คนใหม่ 
     หากจะให้วิเคราะห์เองก็คงวิเคราะห์ตามความรู้ที่มีเพียงเล็กน้อย ส่วนใหญ่ก็คงวิเคราะห์คาดเดากันตามเหตุผลและประสบการณ์ที่หลายคนเคยมี แต่ถ้าจะฟังวิเคราะห์เจาะลึก เล่าความเป็นมากันจริงๆแล้ว ก็อยากให้ลองฟังจากผู้ที่คร่ำหวอดในวงการสีกากีกันเลยดีกว่า เชิญชมคลิปวีดีโอจาก NEWS1 กันได้ครับ