ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

พระแก้วมรกต แท้จริงแล้วเป็นของใคร?

     เชื่อว่าไม่มีคนไทยคนไหนที่ไม่เคยได้ยินชื่อพระแก้วมรกต พระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมืองของประเทศไทยเรา แต่มีสักกี่คนที่รู้ว่า แท้จริงแล้ว พระแก้วมรกตนั้นมาจากไหน ใครเป็นผู้สร้าง หรือเป็นของใคร วันนี้เรามาหาคำตอบกันครับ


    จากประวัติศาสตร์ที่เคยได้ยินการถกเถียง หรือ พูดคุยกันหลายครั้งเกี่ยวกับความเป็นมาของพระมหามณีรัตนปฏิมากร หรือ พระแก้วมรกต ที่เรารู้จักกันดี บ้างก็ว่าเป็นของล้านช้าง(ประเทศลาว ในปัจจุบัน) บ้างก็ว่าเป็นของ ล้านนา (ภาคเหนือของไทยในปัจจุบัน) หรือบ้างก็ว่าเป็นสิ่งศักสิทธิ์ที่เกิดขึ้นมาในสมัยพระเจ้าตากสินมหาราช

    เมื่อศึกษาจากเอกสารต่างๆแล้ว พบว่าเดิมทีพระแก้วมรกตนั้นประดิษฐานอยู่ในเจดีย์โบราณร้างแห่งหนึ่งในวัดป่าเยี้ยะ (ชื่อของไม้ไผ่ชนิดหนึ่งที่มีมากในบริเวณวัด) ในเขตของอาณาจักรล้านนา และถูกห่อหุ้มอยู่ในองค์พระพุทธรูปที่สร้างด้วยปูนและมีการลงลักปิดทองไว้ภายนอก และไม่เคยมีผู้ใดทราบมาก่อนว่าภายในนั้นมีองค์พระแก้วมรกตอยู่ภายในองค์พระปูนนั้น


     เมื่อปี พ.ศ.1977 ได้เกิดฟ้าผ่าลงที่บริเวณเจดีย์ร้างดังกล่าว ทำให้เจดีย์นั้นพังทลายลง แล้วพบว่าภายในเจดีย์นั้นมีพระพุทธรูปอยู่ จึงได้อัญเชิญพระพุทธรูปนั้นไปไว้ในวิหาร ต่อมาเกิดการกระเทาะของปูนที่หุ้มองค์พระแก้วมรกตอยู่ ทำให้เห็นว่าภายในขององค์พระนั้นมีพระพุทธรูปอีกองค์หนึ่ง และพบว่าเป็นพระพุทธรูปที่สวยงามอย่างยิ่ง


     เดิมทีนั้นเมื่อเรายังไม่ได้รวมกันเป็นประเทศไทย ยังคงเป็นอาณาจักรต่างๆ วัดป่าเยี้ยะตั้งอยู่ในอาณาจักรล้านนา ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเชียงรายในปัจจุบัน ซึ่งมีราชธานีคือนครพิงค์ (เชียงใหม่ ในปัจจุบัน) ปกครองโดยพระเจ้าสามฝั่งแกน ผู้ครองอาณาจักรล้านนาในขณะนั้น

 
    และด้วยความงดงามอย่างยิ่งของพระแก้วมรกต พระเจ้าสามฝั่งแกนจึงได้สั่งให้อัญเชิญพระแก้วมรกตไปประดิษฐาน ณ.เมืองนครพิงค์ แต่ในขณะเดินทางมานั้น ช้างทรงของพระแก้วมรกตกลับหยุดและไม่ยอมเดินไปทางนครพิงค์ กลับเดินไปทางเมืองเขลางค์ (ลำปาง ในปัจจุบัน)  ทำให้พระเจ้าสามฝั่งแกนต้องยอมให้พระแก้วมรกตไปประดิษฐานที่วัดพระแก้วดอนเต้า ในเมืองเขลางค์แทน


    หลังจากนั้นองค์พระแก้วมรกตเองก็ได้ไปประดิษฐานในที่ต่างๆอีกหลายที่เช่น เชียงใหม่ หลวงพระบาง เวียงจันทร์ ธนบุรี และในท้ายที่สุดก็ได้ประดิษฐานอยู่ที่วัดพระศรีรัตนมหาศาสดาราม กรุงเทพมหานครจนถึงปัจจุบัน

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตำรวจไทย ในวันอ่อนแอ

     "ตำรวจ" อาชีพที่อยู่ท่ามกลางความสับสนและน่าสงสัยมากที่สุดในโลก โดยเฉพาะตำรวจไทย ที่เหมือนกับถูกสาปให้จมดิ่งอยู่กับความเลวร้ายในทุกเรื่อง ทุกอย่าง และทุกสถานที่ แม้ในวันที่ทุกคนรู้ว่าตำรวจเป็นหน่วยงานที่อ่อนแอที่สุด       จากคำสั่งล่าสุดของผู้มีอำนาจต่อองค์กรตำรวจ ได้แต่งตั้งให้บุคคลที่รู้กันอยู่ว่าเกลียดชังตำรวจมากที่สุด เป็นศัตรูกับตำรวจมาโดยตลอด และเคยอยู่ในเหตุการณ์ที่ตำรวจถูกทำร้ายอย่างรุนแรงโดยอาวุธสารพัดชนิด ทั้งมีด ไม้ ปืน หรือแม้กระทั้งอาวุธสงคราม จนบาดเจ็บสาหัสและตายคาที่  ให้คนผู้นี้มามีอำนาจเหนือตำรวจทั้งประเทศ และแม้จะมีกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงจากตำรวจชั้นผู้น้อยทั่วประเทศ แต่ก็หาได้มีผลอะไรเลย      นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้มีอำนาจทำเยี่ยงนี้ ก่อนหน้านี้ก็เคยแต่งตั้งผู้ที่โดนกล่าวหาว่ากระทำความผิดอาญาแผ่นดินให้มาเป็นผู้มีอำนาจในการปราบปรามผู้กระทำความผิดและต่อต้านการทุจริตมาแล้ว โดยไม่สนใจความผิดถูก ชั่วดี หรือ กระแสสังคมใดๆเลย      คงมีบางคนที่คิดว่า ใช้คนที่เกลียดตำรวจนี่แหละมาปฏิรูปตำรวจจะได้ผลดีมากที่สุด เพราะเขาคงไม่ยอมให้สิ่งแย่ๆในวงการนี้ดำเ

ทำไมต้องเป็น พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เท่านั้น

      เสร็จสิ้นไปแล้วแบบไม่พลิกโผ แต่ยังมีเรื่องที่หลายคนอยากรู้ว่าทำไมจึงเป็น พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ที่ได้ขึ้นครองบัลลังค์ ผบ.ตร. คนใหม่       หากจะให้วิเคราะห์เองก็คงวิเคราะห์ตามความรู้ที่มีเพียงเล็กน้อย ส่วนใหญ่ก็คงวิเคราะห์คาดเดากันตามเหตุผลและประสบการณ์ที่หลายคนเคยมี แต่ถ้าจะฟังวิเคราะห์เจาะลึก เล่าความเป็นมากันจริงๆแล้ว ก็อยากให้ลองฟังจากผู้ที่คร่ำหวอดในวงการสีกากีกันเลยดีกว่า เชิญชมคลิปวีดีโอจาก NEWS1 กันได้ครับ

ตะลึงทั้งประเทศ จากพันตำรวจเอก กลายเป็นวินมอไซค์รับจ้าง

      ถึงกับตกตะลึงกันไปทั้งบาง เมื่อพบความจริงว่า ลุงวินมอไซค์คนนี้ แท้จริงเป็นตำรวจที่มียศถึง พันตำรวจเอก     ใครที่เคยไปใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์หน้าปากทางเข้าโรงเรียนตำรวจภูธร 2 หรือ ปัจจุบันคือศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 2 จังหวัดชลบุรี น่าจะเคยใช้บริการของวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างหมายเลข 16 กันบ้างแล้ว แต่มีใครรู้บ้างไหมว่าชายคนนี้เป็นใคร      พันตำรวจเอก ธีระศักดิ์ พบศิลา หรือ "ลุงอู๊ด" ที่ใครๆในละแวกนั้นต่างรู้จักกันดี มีอาชีพเสริมคือการขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างอยู่บริเวณหน้าปากทางเข้าศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 2 จังหวัดชลบุรีในขณะนี้ มีประวัติความเป็นมาอย่างไร ถึงได้มาทำอาชีพนี้ รายได้จากการเป็นตำรวจมากน้อยแค่ไหน แล้วอาชีพขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างส่งผลอะไรกับชีวิตรับราชการหรือไม่ มีคำตอบอยู่ตรงนี้ครับ     ลุงอู๊ด จบการศึกษาจากโรงเรียนตำรวจภูธร 2 ชลบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2519  ได้รับราชการตำรวจมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งจบการศึกษาระดับปริญญาตรี และ ได้สอบเลื่อนชั้นขึ้นเป็นนายตำรวจยศ ร้อยตำรวจตรี จนถึงยศขณนี้คือ พันตำรวจเอก ได้เล่าเรื่องราวของเขาและครอบครัวให้ฟังว่า เงินเดือ