ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

7 กุมภาพันธ์ 2562 วันชาติไทใหญ่ ครั้งที่ 72

     "ไทใหญ่" ( Shan State National ) ชื่อที่คนไทยรู้จักกันดี แต่จะมีสักกี่คนที่จะรู้ถึงประวัติความเป็นมาของชนชาตินี้อย่างแทจริง ว่าได้ผ่านอะไรมาบ้างในสงครามแห่งชนชาติและการกลืนกินทางวัฒนธรรมที่คนเหล่านี้ต้องเผชิญมานับร้อยปี



     ทุกวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ชาวไทยใหญ่เรียกว่าเป็นวันชาติของชนชาติ "ฉาน" หรือ "ไทใหญ่" ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีประชากรจำนวนมากที่สุดใน 5 กลุ่ม ของชนชาติ "ไต" 
     
     และในปี 2562 นี้ เป็นการเฉลิมฉลองครั้งที่ 72 ของชาวไทใหญ่ หรือ เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า 72 Anniversary National Shan State ซึ่งชาวไทใหญ่ได้จัดงานอย่างต่อเนื่องมายาวนาน เพื่อแสดงถึงความเป็นชนชาติของตน


     หลายคนยังเรียกชาวไทใหญ่ว่า "พม่า" ซึ่งนับเป็นคำเรียกที่ไม่ถูกต้องเสียทีเดียว เนื่องจากในประวัติศาสตร์นั้น ไทใหญ่ มีอาณาจักรของตัวเอง มีเจ้าฟ้าเป็นผู้ปกครอง มีภาษา ประเพณี วัฒนธรรมเป็นของตัวเอง แต่ก็ถูกครอบครองโดยพม่าและรวบรวมจนกลายเป็นประเทศเดียวกันในที่สุด

     หากถามคนไทใหญ่ว่าเป็นคนที่ไหนเขาจะตอบว่าเป็นคนไทใหญ่ และหากถามเขาว่าเป็นคนพม่าใช่ไหม เขาจะปฏิเสธทันทีว่าเขาไม่ใช่พม่า แม้ว่าถิ่นที่อยู่และทุกอย่างของเขาอยู่ในประเทศพม่าก็ตาม

     คลิปวีดีโอสารคดีสั้นนี้ ซึ่งได้ถ่ายทำโดย Teddy ในรายการ Teddy On Tour ที่วัดก่อวันอิน ในรัฐฉาน ประเทศพม่า เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งเป็นวันซ้อมใหญ่เพื่อแสดงในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 ได้แสดงให้เห็นถึงการเตรียมพร้อม การเป็นเอกราช(ในทางแนวคิดและทางปฏิบัติส่วนหนึ่ง) และอยากเชิญชวนให้ทุกท่านได้เข้ามารับชม



     ไทใหญ่ มีกองกำลังทหารติดอาวุธของตนเอง มีธงชาติ มีการแต่งกาย ภาษาพูดและภาษาเขียนของตนเอง และชาวไทใหญ่ส่วนมากมีศรัทธาในพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า พวกเขาเหล่านี้จึงรวมกันเป็นกลุ่มได้อย่างชัดเจนตลอดมา 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตำรวจไทย ในวันอ่อนแอ

     "ตำรวจ" อาชีพที่อยู่ท่ามกลางความสับสนและน่าสงสัยมากที่สุดในโลก โดยเฉพาะตำรวจไทย ที่เหมือนกับถูกสาปให้จมดิ่งอยู่กับความเลวร้ายในทุกเรื่อง ทุกอย่าง และทุกสถานที่ แม้ในวันที่ทุกคนรู้ว่าตำรวจเป็นหน่วยงานที่อ่อนแอที่สุด       จากคำสั่งล่าสุดของผู้มีอำนาจต่อองค์กรตำรวจ ได้แต่งตั้งให้บุคคลที่รู้กันอยู่ว่าเกลียดชังตำรวจมากที่สุด เป็นศัตรูกับตำรวจมาโดยตลอด และเคยอยู่ในเหตุการณ์ที่ตำรวจถูกทำร้ายอย่างรุนแรงโดยอาวุธสารพัดชนิด ทั้งมีด ไม้ ปืน หรือแม้กระทั้งอาวุธสงคราม จนบาดเจ็บสาหัสและตายคาที่  ให้คนผู้นี้มามีอำนาจเหนือตำรวจทั้งประเทศ และแม้จะมีกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงจากตำรวจชั้นผู้น้อยทั่วประเทศ แต่ก็หาได้มีผลอะไรเลย      นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้มีอำนาจทำเยี่ยงนี้ ก่อนหน้านี้ก็เคยแต่งตั้งผู้ที่โดนกล่าวหาว่ากระทำความผิดอาญาแผ่นดินให้มาเป็นผู้มีอำนาจในการปราบปรามผู้กระทำความผิดและต่อต้านการทุจริตมาแล้ว โดยไม่สนใจความผิดถูก ชั่วดี หรือ กระแสสังคมใดๆเลย      คงมีบางคนที่คิดว่า ใช้คนที่เกลียดตำรวจนี่แหละมาปฏิรูปตำรวจจะได้ผลดีมากที่สุด เพราะเขาคงไม่ยอมให้สิ่งแย่ๆในวงการนี้ดำเ

ทำไมต้องเป็น พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เท่านั้น

      เสร็จสิ้นไปแล้วแบบไม่พลิกโผ แต่ยังมีเรื่องที่หลายคนอยากรู้ว่าทำไมจึงเป็น พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ที่ได้ขึ้นครองบัลลังค์ ผบ.ตร. คนใหม่       หากจะให้วิเคราะห์เองก็คงวิเคราะห์ตามความรู้ที่มีเพียงเล็กน้อย ส่วนใหญ่ก็คงวิเคราะห์คาดเดากันตามเหตุผลและประสบการณ์ที่หลายคนเคยมี แต่ถ้าจะฟังวิเคราะห์เจาะลึก เล่าความเป็นมากันจริงๆแล้ว ก็อยากให้ลองฟังจากผู้ที่คร่ำหวอดในวงการสีกากีกันเลยดีกว่า เชิญชมคลิปวีดีโอจาก NEWS1 กันได้ครับ

ตะลึงทั้งประเทศ จากพันตำรวจเอก กลายเป็นวินมอไซค์รับจ้าง

      ถึงกับตกตะลึงกันไปทั้งบาง เมื่อพบความจริงว่า ลุงวินมอไซค์คนนี้ แท้จริงเป็นตำรวจที่มียศถึง พันตำรวจเอก     ใครที่เคยไปใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์หน้าปากทางเข้าโรงเรียนตำรวจภูธร 2 หรือ ปัจจุบันคือศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 2 จังหวัดชลบุรี น่าจะเคยใช้บริการของวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างหมายเลข 16 กันบ้างแล้ว แต่มีใครรู้บ้างไหมว่าชายคนนี้เป็นใคร      พันตำรวจเอก ธีระศักดิ์ พบศิลา หรือ "ลุงอู๊ด" ที่ใครๆในละแวกนั้นต่างรู้จักกันดี มีอาชีพเสริมคือการขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างอยู่บริเวณหน้าปากทางเข้าศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 2 จังหวัดชลบุรีในขณะนี้ มีประวัติความเป็นมาอย่างไร ถึงได้มาทำอาชีพนี้ รายได้จากการเป็นตำรวจมากน้อยแค่ไหน แล้วอาชีพขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างส่งผลอะไรกับชีวิตรับราชการหรือไม่ มีคำตอบอยู่ตรงนี้ครับ     ลุงอู๊ด จบการศึกษาจากโรงเรียนตำรวจภูธร 2 ชลบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2519  ได้รับราชการตำรวจมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งจบการศึกษาระดับปริญญาตรี และ ได้สอบเลื่อนชั้นขึ้นเป็นนายตำรวจยศ ร้อยตำรวจตรี จนถึงยศขณนี้คือ พันตำรวจเอก ได้เล่าเรื่องราวของเขาและครอบครัวให้ฟังว่า เงินเดือ