ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

กระสุนปืน 9 มม. ที่ห้ามนำเข้า และห้ามใช้ในการสงคราม

     ในการสู้รบทางสงคราม มีข้อตกลงหนึ่งที่หลายๆคนอาจจะยังไม่ทราบ ว่ามีข้อตกลงอย่างหนึ่งเกิดขึ้นมานานแล้ว นั่นคือการห้ามใช้หัวกระสุนปืนชนิดที่แตกออกเป็นชิ้นๆเล็กๆได้ หรือที่เรามักจะเรียกกันว่ากระสุนหัวระเบิด คืออระเบิดจริงๆหรือกระจายออกไป ไม่ใช่แบบหัวรูที่บานออกมาเหมือนเห็ด  จะสังเกตุได้ว่าในอาวุธปืนประจำกายของทางทหาร ไม่ว่าจะเป็นปืนพก ปืนเล็กยาว พวก M16, HK, AK47 หรือพวกปืนประจำกายของทหาร ล้วนไม่มีกระสุนในลักษณะนี้เลย ทั้งหมดเป็นกระสุนที่หุ้มห้วยโลหะทั้งหมด (Full metal jacket) แม้บางครั้งจะเจอกระสุนที่ใช้เฉพาะกิจ เช่นกระสุนส่องแสง หรือ กระสุนเจาะเกราะ ก็ยังหุ้มด้วยโลหะทั้งหมดเช่นกัน จุดประสงค์ก็เพื่อว่าเวลาที่หมอทำการรักษาทหารที่โดนยิงจนหมดสภาพในการรบ จะสามารถรักษาคนๆนั้นได้โดยง่ายไม่ต้องมาคอยควานหาเศษกระสุนในร่างกายอีก ประมาณว่าหลักมนุษย์ธรรมนั่นเอง



     แล้วในส่วนกระสุนปืนพกล่ะ กระสุนที่ทางราชการผลิตและแจกให้กับกองทัพทั่วโลก ก็ยังคงใช้กระสุนปืนแบบเดียวกัน นั่นคือหัวกระสุนหุ้มด้วยโลหะเต็มเท่านั้น พวกกระสุนหัวรูที่เป็นที่นิยมใชักันต้องซื้อมากันเอง โดยเฉพาะตำรวจกับโจร หรือ ประชาชนทั่วไปกับโจร ย่อมไม่มีข้อตกลงพิเศษเช่นว่านี้

     และในประเทศไทยนั้น เป็นอีก 1 ประเทศที่กฎหมายอนุญาตให้ประชาชนสามารถมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองได้  หลายๆคนมักจะเลือกกระสุนที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดสำหรับปืนของตัวเอง เพื่อความมั่นใจว่าเมื่อถึงเวลาที่จำเป็นต้องใช้ปืน จะได้ยิงให้น้อยนัดที่สุด และ ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อหยุดยั้งเหตุการณ์ร้ายที่เกิดต่อหน้านั้น และจะได้อ้างต่อศาลได้ว่าป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุได้เต็มปาก

     แต่ก็ยังมีหลายคนที่คิดว่า กระสุนชนิดไหนก็ได้ ยิงโดนก็ตายเหมือนกัน นั่นก็ไม่ผิดครับ ล้วนเป็นทางเลือกที่ดีทั้งนั้น แต่บทความในตอนนี้นำเสนอกระสุนปืนที่มีลักษณะที่แตกต่างออกไป แม้จะไม่ใช่เรื่องใหม่และก็มีคนอื่นๆเขียนถึงไปบ้างแล้ว แต่ก็ขอนำมาพูดถึงใหม่อีกทีละกัน


     กระสุนชนิดนี้เป็นกระสุนสำหรับปืนที่ใช้กระสุนขนาด 9 มม. สิ่งที่ทำให้แตกต่างจากกระสุนทั่วไปก็คือ หัวกระสุนชนิดนี้ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ส่วนหัวของกระสุนเมื่อกระทบกับเป้าหมายจะสามารถที่จะฉีกตัวเองออกเป็นชิ้นเล็กๆและกระจายตัวออกไปโดยรอบได้ และส่วนท้ายของหัวกระสุนยังคงทำหน้าที่ทะลุทะลวงไปตรงๆได้อีกต่างหาก ทำให้สิ่งที่โดนยิงนั้นจะเหมือนกับโดนยิงพร้อมโดนสะเก็ดระเบิดไปด้วยในคราวเดียวกัน



    ผลที่ได้รับจากการโดนยิงด้วยกระสุนชนิดนี้ทำให้เป็อันตรายที่เพิ่มขึ้นมาก และในการรักษาผู้โดนยิงก็ยุ่งยากมากขึ้นอีกด้วย หมอต้องความหาเศษกระสุนที่กระจายอยู่รอบๆแผลเป็นเวลานานกว่าจะเอาออกมาได้หมด กระสุนชนิดนีี้จึงเป็นกระสุนต้องห้ามที่ไม่อนุญาตให้ใครใช้ เว้นแต่ในประเทศสหรัฐอเมริกาที่ประชาชนของเขามีสิทธิ์และเสรีภาพมากมายเหลือเกิน

                                         ชมคลิปวีดีโอ


   



โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตำรวจไทย ในวันอ่อนแอ

 "ตำรวจ" อาชีพที่อยู่ท่ามกลางความสับสนและน่าสงสัยมากที่สุดในโลก โดยเฉพาะตำรวจไทย ที่เหมือนกับถูกสาปให้จมดิ่งอยู่กับความเลวร้ายในทุกเรื่อง ทุกอย่าง และทุกสถานที่ แม้ในวันที่ทุกคนรู้ว่าตำรวจเป็นหน่วยงานที่อ่อนแอที่สุด 

     จากคำสั่งล่าสุดของผู้มีอำนาจต่อองค์กรตำรวจ ได้แต่งตั้งให้บุคคลที่รู้กันอยู่ว่าเกลียดชังตำรวจมากที่สุด เป็นศัตรูกับตำรวจมาโดยตลอด และเคยอยู่ในเหตุการณ์ที่ตำรวจถูกทำร้ายอย่างรุนแรงโดยอาวุธสารพัดชนิด ทั้งมีด ไม้ ปืน หรือแม้กระทั้งอาวุธสงคราม จนบาดเจ็บสาหัสและตายคาที่  ให้คนผู้นี้มามีอำนาจเหนือตำรวจทั้งประเทศ และแม้จะมีกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงจากตำรวจชั้นผู้น้อยทั่วประเทศ แต่ก็หาได้มีผลอะไรเลย

     นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้มีอำนาจทำเยี่ยงนี้ ก่อนหน้านี้ก็เคยแต่งตั้งผู้ที่โดนกล่าวหาว่ากระทำความผิดอาญาแผ่นดินให้มาเป็นผู้มีอำนาจในการปราบปรามผู้กระทำความผิดและต่อต้านการทุจริตมาแล้ว โดยไม่สนใจความผิดถูก ชั่วดี หรือ กระแสสังคมใดๆเลย


     คงมีบางคนที่คิดว่า ใช้คนที่เกลียดตำรวจนี่แหละมาปฏิรูปตำรวจจะได้ผลดีมากที่สุด เพราะเขาคงไม่ยอมให้สิ่งแย่ๆในวงการนี้ดำเนินต่อไปได้ คงจัด…

ตะลึงทั้งประเทศ จากพันตำรวจเอก กลายเป็นวินมอไซค์รับจ้าง

ถึงกับตกตะลึงกันไปทั้งบาง เมื่อพบความจริงว่า ลุงวินมอไซค์คนนี้ แท้จริงเป็นตำรวจที่มียศถึง พันตำรวจเอก




  ใครที่เคยไปใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์หน้าปากทางเข้าโรงเรียนตำรวจภูธร 2 หรือ ปัจจุบันคือศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 2 จังหวัดชลบุรี น่าจะเคยใช้บริการของวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างหมายเลข 16 กันบ้างแล้ว แต่มีใครรู้บ้างไหมว่าชายคนนี้เป็นใคร

     พันตำรวจเอก ธีระศักดิ์ พบศิลา หรือ "ลุงอู๊ด" ที่ใครๆในละแวกนั้นต่างรู้จักกันดี มีอาชีพเสริมคือการขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างอยู่บริเวณหน้าปากทางเข้าศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 2 จังหวัดชลบุรีในขณะนี้ มีประวัติความเป็นมาอย่างไร ถึงได้มาทำอาชีพนี้ รายได้จากการเป็นตำรวจมากน้อยแค่ไหน แล้วอาชีพขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างส่งผลอะไรกับชีวิตรับราชการหรือไม่ มีคำตอบอยู่ตรงนี้ครับ


    ลุงอู๊ด จบการศึกษาจากโรงเรียนตำรวจภูธร 2 ชลบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2519  ได้รับราชการตำรวจมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งจบการศึกษาระดับปริญญาตรี และ ได้สอบเลื่อนชั้นขึ้นเป็นนายตำรวจยศ ร้อยตำรวจตรี จนถึงยศขณนี้คือ พันตำรวจเอก ได้เล่าเรื่องราวของเขาและครอบครัวให้ฟังว่า เงินเดือนจากการเป็นข้าราชการตำรวจน…

ทำไมต้องเป็น พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เท่านั้น

เสร็จสิ้นไปแล้วแบบไม่พลิกโผ แต่ยังมีเรื่องที่หลายคนอยากรู้ว่าทำไมจึงเป็น พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ที่ได้ขึ้นครองบัลลังค์ ผบ.ตร. คนใหม่ 
     หากจะให้วิเคราะห์เองก็คงวิเคราะห์ตามความรู้ที่มีเพียงเล็กน้อย ส่วนใหญ่ก็คงวิเคราะห์คาดเดากันตามเหตุผลและประสบการณ์ที่หลายคนเคยมี แต่ถ้าจะฟังวิเคราะห์เจาะลึก เล่าความเป็นมากันจริงๆแล้ว ก็อยากให้ลองฟังจากผู้ที่คร่ำหวอดในวงการสีกากีกันเลยดีกว่า เชิญชมคลิปวีดีโอจาก NEWS1 กันได้ครับ