ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

อันตรายจากคลื่นสัญญาณโทรศัพท์มือถือ

     ในอดีตช่วงที่โทรศัพท์มือถือเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในชีวิตมนุษย์ เกิดการถกเถียงกันมากมายถึงอันตรายจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ คลื่นความถี่ของโทรศัพท์มือถือ ว่าจะเป็นอันตรายกับร่างกายของมนุษย์ขนาดไหน บ้างก็ว่าจะทำให้เกิดมะเร็งอย่างร้ายแรงตั้งแต่เอวที่เหน็บโทรศัพท์ไปจนถึงกับระดับมะเร็งสมอง แต่ไม่เห็นมีใครพูดถึงมะเร็วนิ้วมือกันนะ



     แม้ในปัจจุบันเองก็มีการพูดถึงแบบประปรายเรื่องอันตรายจากการใช้โทรศัพท์มือถืออยู่บ้างแต่ก็ไม่ถี่มากเหมือนเมื่อก่อน อาจเป็นเพราะว่าระยะเวลาอันยาวนานในการกำเนิดขึ้นและการใช้ของโทรศัพท์มือถือนั้นเป็นตัวพิสูจน์แล้วว่ายังไม่เคยมีใครตายเพราะใช้โทรศัพท์มือถือแล้วเป็นมะเร็งสมอง

     ใช่ว่าการได้รับคลื่นความถี่วิทยุหรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านั้นจะไม่เป็นอันตรายกับร่างกายมนุษย์ แต่โทรศัพท์มือถือนั้นส่งคลื่นสัญญาณออกมาในปริมาณที่น้อยเกินกว่าจะเป็นอันตรายกับร่างกายเราได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะลดความระมัดระวังลงไป โดยเฉพาะในวันนี้ที่นอกเหนือจากคลื่นสัญญาณโทรศัพท์แล้ว ยังมีอีกสารพัดคลื่น ทั้ง WIFI , Bluetooth, Infared ,Microwave และอีกมากมายที่บางทีผมก็ไม่รู้จัก




     หากสายตาของมนุษย์นั้นมองเห็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารอบๆตัวได้เป็นสีสรรตามระดับคลื่นความถี่นั้น เชื่อไหมครับ เราจะมองเห็นคลื่นพวกนี้รอบๆตัวเราเต็มไปหมดโลกจะเต็มไปด้วยสีสรรละลานตาจนมองอะไรแทบไม่เห็นแน่ๆ นั่นหมายความว่ามมนุษย์ยุคใหม่โดยเฉพาะคนที่อยู่ในตัวเมืองไม่มีทางที่จะหลีกหนีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหรือคลื่นวิทยุต่างๆได้เลย โชคดีจริงๆที่เรามองไม่เห็นคลื่นเหล่านั้นด้วยตาเปล่า

     หากจะให้ฟันธงลงไปชัดๆเลยว่าสัญญาณจากโทรศัพท์มือถือเป็นอันตรายกับมนุษย์ไหม เชื่อไหมครับว่าทุกคนจะตอบกลับมาโดยข้อสันนิษฐานและผลการวิจัยที่ใกล้เคียงกับสมมุติฐานของตนเอง โดยปราศจากหลักฐานที่เป็นประจักษ์พยานชัดเจน

     สำหรับผมแล้ว เชื่อว่าสัญญาณจากโทรศัพท์มือถือนั้นเป็นอันตรายแน่นอน หากเราได้รับมันอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องยาวนาน เพียงแต่โทรศัพท์มือถือทุกวันนี้ไม่ได้ปล่อยสัญญาณออกมาเข้มข้นและยาวนานมากเพียงพอที่จะเป็นอันตรายกับร่างกายวัยผู้ใหญ่ของผมจนเกิดอาการใดขึ้นมา แต่ข้อควรระวังอย่างยิ่งคือ ที่ผมกล่าวมาทั้งหมดนี้ไม่รวมถึงการรับคลื่นสัญญาณของเด็กทารก และ เด็กเล็กๆนะครับ สำหหรบเด็กๆยังเป็นเรื่องที่ควรเฝ้าระวังอยู่อย่างมาก



     สิ่งที่ผมกังวลว่าจะได้รับอันตรายมาจากอาหาร อากาศ และ อารมณ์ของผมมากกว่าที่มันจะทำร้ายร่างกายและจิตใจของผมหนักหนาสาหัสกว่าสัญญาณจากโทรศัพท์มือถือแน่นอน เพราะฉนั้นเรามาเฝ้าระวังอาหาร อากาศ และ อารมณ์ของเราดีกว่า เพราะมันส่งผลได้ทันทีโดยไม่ต้องรอผลการวิจัยหรือถกเถียงกันมากมายให้เป็นที่ปวดหัวครับ

   

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตำรวจไทย ในวันอ่อนแอ

 "ตำรวจ" อาชีพที่อยู่ท่ามกลางความสับสนและน่าสงสัยมากที่สุดในโลก โดยเฉพาะตำรวจไทย ที่เหมือนกับถูกสาปให้จมดิ่งอยู่กับความเลวร้ายในทุกเรื่อง ทุกอย่าง และทุกสถานที่ แม้ในวันที่ทุกคนรู้ว่าตำรวจเป็นหน่วยงานที่อ่อนแอที่สุด 

     จากคำสั่งล่าสุดของผู้มีอำนาจต่อองค์กรตำรวจ ได้แต่งตั้งให้บุคคลที่รู้กันอยู่ว่าเกลียดชังตำรวจมากที่สุด เป็นศัตรูกับตำรวจมาโดยตลอด และเคยอยู่ในเหตุการณ์ที่ตำรวจถูกทำร้ายอย่างรุนแรงโดยอาวุธสารพัดชนิด ทั้งมีด ไม้ ปืน หรือแม้กระทั้งอาวุธสงคราม จนบาดเจ็บสาหัสและตายคาที่  ให้คนผู้นี้มามีอำนาจเหนือตำรวจทั้งประเทศ และแม้จะมีกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงจากตำรวจชั้นผู้น้อยทั่วประเทศ แต่ก็หาได้มีผลอะไรเลย

     นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้มีอำนาจทำเยี่ยงนี้ ก่อนหน้านี้ก็เคยแต่งตั้งผู้ที่โดนกล่าวหาว่ากระทำความผิดอาญาแผ่นดินให้มาเป็นผู้มีอำนาจในการปราบปรามผู้กระทำความผิดและต่อต้านการทุจริตมาแล้ว โดยไม่สนใจความผิดถูก ชั่วดี หรือ กระแสสังคมใดๆเลย


     คงมีบางคนที่คิดว่า ใช้คนที่เกลียดตำรวจนี่แหละมาปฏิรูปตำรวจจะได้ผลดีมากที่สุด เพราะเขาคงไม่ยอมให้สิ่งแย่ๆในวงการนี้ดำเนินต่อไปได้ คงจัด…

ตะลึงทั้งประเทศ จากพันตำรวจเอก กลายเป็นวินมอไซค์รับจ้าง

ถึงกับตกตะลึงกันไปทั้งบาง เมื่อพบความจริงว่า ลุงวินมอไซค์คนนี้ แท้จริงเป็นตำรวจที่มียศถึง พันตำรวจเอก




  ใครที่เคยไปใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์หน้าปากทางเข้าโรงเรียนตำรวจภูธร 2 หรือ ปัจจุบันคือศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 2 จังหวัดชลบุรี น่าจะเคยใช้บริการของวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างหมายเลข 16 กันบ้างแล้ว แต่มีใครรู้บ้างไหมว่าชายคนนี้เป็นใคร

     พันตำรวจเอก ธีระศักดิ์ พบศิลา หรือ "ลุงอู๊ด" ที่ใครๆในละแวกนั้นต่างรู้จักกันดี มีอาชีพเสริมคือการขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างอยู่บริเวณหน้าปากทางเข้าศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 2 จังหวัดชลบุรีในขณะนี้ มีประวัติความเป็นมาอย่างไร ถึงได้มาทำอาชีพนี้ รายได้จากการเป็นตำรวจมากน้อยแค่ไหน แล้วอาชีพขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างส่งผลอะไรกับชีวิตรับราชการหรือไม่ มีคำตอบอยู่ตรงนี้ครับ


    ลุงอู๊ด จบการศึกษาจากโรงเรียนตำรวจภูธร 2 ชลบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2519  ได้รับราชการตำรวจมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งจบการศึกษาระดับปริญญาตรี และ ได้สอบเลื่อนชั้นขึ้นเป็นนายตำรวจยศ ร้อยตำรวจตรี จนถึงยศขณนี้คือ พันตำรวจเอก ได้เล่าเรื่องราวของเขาและครอบครัวให้ฟังว่า เงินเดือนจากการเป็นข้าราชการตำรวจน…

ทำไมต้องเป็น พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เท่านั้น

เสร็จสิ้นไปแล้วแบบไม่พลิกโผ แต่ยังมีเรื่องที่หลายคนอยากรู้ว่าทำไมจึงเป็น พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ที่ได้ขึ้นครองบัลลังค์ ผบ.ตร. คนใหม่ 
     หากจะให้วิเคราะห์เองก็คงวิเคราะห์ตามความรู้ที่มีเพียงเล็กน้อย ส่วนใหญ่ก็คงวิเคราะห์คาดเดากันตามเหตุผลและประสบการณ์ที่หลายคนเคยมี แต่ถ้าจะฟังวิเคราะห์เจาะลึก เล่าความเป็นมากันจริงๆแล้ว ก็อยากให้ลองฟังจากผู้ที่คร่ำหวอดในวงการสีกากีกันเลยดีกว่า เชิญชมคลิปวีดีโอจาก NEWS1 กันได้ครับ