ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

วันที่โลกไม่ต้องการมนุษย์

     มนุษย์มักคิดว่าโลกนี้เกิดมาเพื่อมนุษย์ ทรัพยากร สิ่งมีชีวิตต่างๆ เป็นของมนุษย์ แม้จะยังมีมนุษย์บางส่วนที่คิดว่าตัวเองเกิดมาเพื่อโลก แต่ก็น้อยนัก มนุษย์จึงเผาผลาญทรัพยากรทุกสิ่งทุกอย่างของโลกไปอย่างมากมายมหาศาล ถึงขนาดว่านับจากวันนี้มนุษย์หยุดทำลายธรรมชาติอย่างเด็ดขาดไปอีก 1,000 ปี  ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ไม่อาจกลับคืนมาได้เหมือนเดิม



     ในคัมภีร์โบราณหลายที่มา ล้วนมีคำว่าวันล้างโลก วันพิพากษา  วันสิ้นโลก จุดจบของมวลมนุษย์มากมาย แต่มนุษย์ในวันนี้ไม่ได้สะท้อนสะท้านถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ แม้ว่าจะมีสัญญาณเตือนมากมายเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปรากฎการณ์เรือนกระจกที่ทำให้อุณภูมิโลกสูงขึ้น น้ำแข็งที่ขั้วโลกละลาย หรือ กระแสน้ำทะเลที่เปลี่ยนไปมากมายจนสิ่งมีชีวิตจำพวกปะการังเกิดการฟอกขาว และภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น

     มนุษย์คิดว่ามันยังอีกไกลเหลือเกิน กว่าจะถึงวันนั้นเขาคงไม่มีชีวิตอยู่แล้ว นั่นก็อาจจะจริง แต่ก็มีความจริงบางอย่างอยู่อีก นั่นคือเทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้ารวดเร็วมาก การรักษาโรคต่างๆทำได้ดีขึ่้นอย่างมาก นั่นทำให้มนุษย์มีอายุยืนมากขึ้นจากการแพทย์สมัยใหม่ มนุษย์จึงมีแนวโน้มจะมีอายุยืนมากขึ้น แต่ในมุมกลับ การแพทย์รุดหน้ามากเท่าไหร่ นั่นหมายความว่าโรคต่างๆก็รุนแรงมากขึ้นเช่นกัน โรคต่างๆ ชื่อแปลกๆ อาการแปลกๆเริ่มมีให้ได้เห็นได้ยินมากขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่มนุษย์ทำลายสมดุลย์ของธรรมชาติไปอย่างมากมาย และอีกส่วนหนึ่งเกิดจากการที่มนุษย์ใส่ใจตัวเองน้อยลง ทั้งเรื่องอาหาร อารมณ์ อากาศ ความเครียดต่างๆเกาะกุมหัวใจ เผาผลาญเหมือนไฟที่ไม่มีวันมอดดับอยู่ในอกเสมอ


     เคยจินตนาการถึงวันที่โลกไม่มีมนุษย์อยู่บ้างไหม วันที่ท้องฟ้าเป็นของนกและสัตว์มีปีกทั้งหลาย วันที่ทะเลและสายน้ำเต็มเปี่ยมไปด้วย ปลาและสิ่งมีชีวิตที่อาศัยน้ำอยู่ วันที่ผืนดินเต็มไปด้วยสัตว์ใหญ่น้อยที่เดินขวักไขว่ไปมา ฟ้าเป็นสีฟ้าสดใส ทะเลและเกลียวคลื่นงดงาม ไร้เศษขยะซุกซ่อนอยู่ตามซอกหลืบ หรือลอยคว้งอยู่กลางทะเล วันที่แสงแดดสาดส่องมายังผืนป่าและหาดทรายโดยไร้ตึกสูงมาเป็นฉากหลัง วันที่ภูเขามีแต่หมอกสวยทอดเป็นทางยาวโดยไร้รีสอร์ทหรูต่างๆมาบัง

     มนุษย์กำลังทำลายอนาคตมนุษย์ด้วยกันเองอย่างช้าๆ ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว แม้จะมีมนุษย์บางส่วนเผ้ารักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสิ่งมีชีวิตต่างๆไว้ด้วยความหวงแหน แต่นั่นก็เหมือนจะเพียงทำได้แค่ประคองไว้ชั่วคราว วันใดที่เขาเหล่านั้นหมดแรงลงไป ไม่ว่าจะแรงกาย แรงใจ หรือแรงเงิน จะมีใครเข้าไปพยุงรักษาเขาเหล่านั้นไว้บ้าง จะมีก็แต่กระแสสังคมที่พัดโหมกระพือในสื่อโซเชี่ยลเป็นบางครั้ง ให้เขาเหล่านั้นพอมีกำลังกาย กำลังใจ และกำลังเงินอยู่บ้าง แต่ก็คงได้ไม่นาน



     แล้วหากไม่มีมนุษย์ล่ะ โลกนี้จะเป็นอย่างไร แน่นอนว่าโลกจะสวยงามกว่านี้มากมายนัก เหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลายคงมีอยู่ทุกทั่วหัวระแหง ไม่ว่าบนฟ้า ในน้ำ ในดิน บนผืนดิน บนต้นไม้  แม้ว่าในความเป็นจริงแล้วธรรมชาตินั้นแสนจะโหดร้าย ธรรมชาติแท้จริงนั้นเต็มไปด้วยการกิน และ ถูกกิน อย่างมากมายเหลือคณานับ การฆ่าและการถูกฆ่าเกิดขึ้นทุกที่ ทุกเวลา แต่นั่นก็เป็นวัฎจักรของระบบนิเวศ ที่จะประคองให้ปริมาณของเหล่าสรรพสัตว์มีความเหมาะสม ไม่ให้มากหรือน้อยจนเกินไป แตกต่างจากความโหดร้ายของมนุษย์ที่มอบให้กับธรรมชาติ ความรุนแรงอันไม่มีจำกัด การฆ่าและล่าที่ไร้เหตุผลของการจำเป็นเพื่อหาอาหาร

     และวันหนึ่ง เมื่อสมดุลย์แห่งธรรมชาติได้มาถึงจุดแตกหักจนไม่มีสิ่งใดสามารถประคองไว้ได้อีกแล้ว วันนั้นมนุษย์เองจะได้รับการลงทัณฑ์จากธรรมชาติอย่างหนักหน่วงและรุนแรงไม่น้อยไปกว่าสิ่งที่มนุษย์ได้มอบให้กับธรรมชาติ เมื่อมนุษย์สามารถทำลายล้างธรรมชาติจนถึงขีดสุดได้ แน่นอนว่าธรรมชาติเองก็สามารถทำลายล้างมนุษย์ได้เช่นกัน และทำได้รุนแรงกว่าอย่างมากมายด้วย และมันก็จะถึงเวลาที่โลกใบนี้ได้เยียวยาตัวเองอีกครั้ง โดยไร้ซึ่งมนุษย์



     หากพระเจ้ามีจริง พระองค์จะสงสัยไหมว่า พระองค์ได้ทำผิดพลาดอย่างมหันต์ในการสร้างมนุษย์ขึ้นมาเพื่อให้ทำลายสิ่งที่พระองค์ได้สร้างไว้ก่อนอย่างดีแล้ว หรือนี่คือการทดลองของพระเจ้าที่จะดูว่ามนุษย์จะทำอย่างไร หากเป็นเช่นนั้น วันนี้พระองค์คงได้คำตอบแล่้ว

     แม้เส้นทางสุดท้ายของสิ่งมีชีวิตทั้งปวงนั่นคือความตาย ความเสื่อมสลายไปในที่สุด แต่นั่นไม่ได้ทำให้มนุษย์ส่วนใหญ่ได้สำนึกว่าตนเองนั้นจะดำรงอยู่เพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น หลายๆคนกระทำราวกับว่าตนนั้นจะอยู่ไปชั่วกัลปาวสาน ทั้งที่จริงอย่างมาก็ร้อยกว่าปีเท่านั้นในการดำรงอยู่ แต่ในวันนี้ ใครจะรับรองได้ว่าความอดทนของโลกและธรรมชาติจะสิ้นสุดลงเมื่อใด เมื่อมนุษย์ไม่ได้รักและหวงแหนธรรมชาติ แล้วจะมีเหตุผลใดให้ธรรมชาติรักษาและหวงแหนมนุษย์กันเล่า

     บทความนี้พิมพ์ขึ้นมาจากความรู้และความรู้สึกส่วนตัวเท่านั้น ไม่ได้อิงหลักใดๆทั้งสิ้น ไม่สามารถนำไปใช้พื่อการอ้างอิงทางวิชาการ แต่ก็ยังสงวนลิขสิทธิ์ มิอนุญาตให้ผู้ใดนำส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของบทความไปใช้เพื่อหาผลประโยชน์ เว้นแต่ได้รับอนุญาตหรือนำไปใช้เพื่อการศึกษาโดยไม่มีผลประโยชน์ใดๆตอบแทน

     ขอบคุณทุกท่านที่สละเวลามาอ่านบทความของผม
     ด้วยความเคารพจาก Teddy และ  Zad Channel
 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตำรวจไทย ในวันอ่อนแอ

 "ตำรวจ" อาชีพที่อยู่ท่ามกลางความสับสนและน่าสงสัยมากที่สุดในโลก โดยเฉพาะตำรวจไทย ที่เหมือนกับถูกสาปให้จมดิ่งอยู่กับความเลวร้ายในทุกเรื่อง ทุกอย่าง และทุกสถานที่ แม้ในวันที่ทุกคนรู้ว่าตำรวจเป็นหน่วยงานที่อ่อนแอที่สุด 

     จากคำสั่งล่าสุดของผู้มีอำนาจต่อองค์กรตำรวจ ได้แต่งตั้งให้บุคคลที่รู้กันอยู่ว่าเกลียดชังตำรวจมากที่สุด เป็นศัตรูกับตำรวจมาโดยตลอด และเคยอยู่ในเหตุการณ์ที่ตำรวจถูกทำร้ายอย่างรุนแรงโดยอาวุธสารพัดชนิด ทั้งมีด ไม้ ปืน หรือแม้กระทั้งอาวุธสงคราม จนบาดเจ็บสาหัสและตายคาที่  ให้คนผู้นี้มามีอำนาจเหนือตำรวจทั้งประเทศ และแม้จะมีกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงจากตำรวจชั้นผู้น้อยทั่วประเทศ แต่ก็หาได้มีผลอะไรเลย

     นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้มีอำนาจทำเยี่ยงนี้ ก่อนหน้านี้ก็เคยแต่งตั้งผู้ที่โดนกล่าวหาว่ากระทำความผิดอาญาแผ่นดินให้มาเป็นผู้มีอำนาจในการปราบปรามผู้กระทำความผิดและต่อต้านการทุจริตมาแล้ว โดยไม่สนใจความผิดถูก ชั่วดี หรือ กระแสสังคมใดๆเลย


     คงมีบางคนที่คิดว่า ใช้คนที่เกลียดตำรวจนี่แหละมาปฏิรูปตำรวจจะได้ผลดีมากที่สุด เพราะเขาคงไม่ยอมให้สิ่งแย่ๆในวงการนี้ดำเนินต่อไปได้ คงจัด…

ตะลึงทั้งประเทศ จากพันตำรวจเอก กลายเป็นวินมอไซค์รับจ้าง

ถึงกับตกตะลึงกันไปทั้งบาง เมื่อพบความจริงว่า ลุงวินมอไซค์คนนี้ แท้จริงเป็นตำรวจที่มียศถึง พันตำรวจเอก




  ใครที่เคยไปใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์หน้าปากทางเข้าโรงเรียนตำรวจภูธร 2 หรือ ปัจจุบันคือศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 2 จังหวัดชลบุรี น่าจะเคยใช้บริการของวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างหมายเลข 16 กันบ้างแล้ว แต่มีใครรู้บ้างไหมว่าชายคนนี้เป็นใคร

     พันตำรวจเอก ธีระศักดิ์ พบศิลา หรือ "ลุงอู๊ด" ที่ใครๆในละแวกนั้นต่างรู้จักกันดี มีอาชีพเสริมคือการขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างอยู่บริเวณหน้าปากทางเข้าศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 2 จังหวัดชลบุรีในขณะนี้ มีประวัติความเป็นมาอย่างไร ถึงได้มาทำอาชีพนี้ รายได้จากการเป็นตำรวจมากน้อยแค่ไหน แล้วอาชีพขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างส่งผลอะไรกับชีวิตรับราชการหรือไม่ มีคำตอบอยู่ตรงนี้ครับ


    ลุงอู๊ด จบการศึกษาจากโรงเรียนตำรวจภูธร 2 ชลบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2519  ได้รับราชการตำรวจมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งจบการศึกษาระดับปริญญาตรี และ ได้สอบเลื่อนชั้นขึ้นเป็นนายตำรวจยศ ร้อยตำรวจตรี จนถึงยศขณนี้คือ พันตำรวจเอก ได้เล่าเรื่องราวของเขาและครอบครัวให้ฟังว่า เงินเดือนจากการเป็นข้าราชการตำรวจน…

ทำไมต้องเป็น พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เท่านั้น

เสร็จสิ้นไปแล้วแบบไม่พลิกโผ แต่ยังมีเรื่องที่หลายคนอยากรู้ว่าทำไมจึงเป็น พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ที่ได้ขึ้นครองบัลลังค์ ผบ.ตร. คนใหม่ 
     หากจะให้วิเคราะห์เองก็คงวิเคราะห์ตามความรู้ที่มีเพียงเล็กน้อย ส่วนใหญ่ก็คงวิเคราะห์คาดเดากันตามเหตุผลและประสบการณ์ที่หลายคนเคยมี แต่ถ้าจะฟังวิเคราะห์เจาะลึก เล่าความเป็นมากันจริงๆแล้ว ก็อยากให้ลองฟังจากผู้ที่คร่ำหวอดในวงการสีกากีกันเลยดีกว่า เชิญชมคลิปวีดีโอจาก NEWS1 กันได้ครับ