วันเสาร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2561

ประเทศไทยในวันที่ไร้ "ตำรวจ"

     ผู้เขียนเจอกับการก่นด่า สาปแช่ง และว่าร้ายให้กับตำรวจ ที่นับวันราวกับทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ใช่เพียงแต่ในประเทศไทยเท่านั้น หลายๆประเทศ แม้แต่ประเทศที่เจริญแล้วอย่างเช่นสหรัฐอเมริกา ก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนกว่ากัน เพียงแต่การเคารพซึ่งกฎหมายของเราและเขานั้นต่างกันมาก

     หากให้ถามบรรดาผู้ที่เกลียดชังตำรวจ ส่วนใหญ่มักจะมีประสบการณ์ที่ไม่ดีกับตำรวจโดยตรง แต่บางส่วนก็ฟังจากเขาเล่ามา ที่ประสบกับตัวเองมาโดยตรงนั้น และยังมีอีกมากมายหลากหลายวิธีในการที่ใครสักคนจะเกลียดใครสักคนหนึ่งได้ในยุคที่กระแสโซเชี่ยลรุนแรงกว่ากระแสน้ำในฮวงโหเช่นนี้ และ วิจารณญาณของเราคือด่าก่อนถามทีหลัง



     ผู้เขียนก็ได้แต่มานึกว่า การที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไรให้มันเข้าที่เข้าทางอย่างที่สังคมต้องการนั้นมันไม่ใช่เร่ืองง่ายเลย โดยเฉพาะกับองค์กรที่มีขนาดใหญ่เช่นตำรวจ เพราะตำรวจไทยนั้นมีอยู่ถึงกว่าสองแสนคน แต่จำนวนสองแสนคนนั้นไม่ได้ลงมาทำงานป้องกันปราบปราม หรือสืบสวน สอบสวน คอยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้กับประชาชนทั่วไปทั้งหมด หลายหน่วยงานทำงานอยู่เบื้องหลังความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ทำงานการข่าว งานต่างประเทศ งานตรวจสอบ งานนโยบาย งานประสานงาน และอีกมากมายเหลือเกินที่บางหน่วยผมก็ไม่รู้จักด้วยซ้ำ

     ถ้าเปรียบว่าองค์กรตำรวจนั้นเหมือนกับคนๆหนึ่งที่ยืนในสังคม แต่เป็นคนที่ยืนอยู่ท่ามกลางปัญหามากมายกว่าคนอื่นๆ เพราะว่าตำรวจต้องเป็นทุกอย่างที่คนอื่นๆต้องการ รถชนกัน คนทะเลาะกัน ปล้น ฆ่า ข่มขืน ทำร้ายกัน ด่าว่ากัน ใครๆก็เรียกหาตำรวจทั้งนั้น ตำรวจจึงยืนอยู่ในที่โล่งแจ้ง ตากแดด ตากฝน ทนพายุ ทนลมหนาวลมร้อนและทุกอย่างที่สังคมจะสาดใส่ให้ทุกๆวัน จนบางครั้งตัวตำรวจเองก็ทนไม่ได้กับแรงกดดันที่มากเกินไป ทั้งงานที่หนัก รายได้ที่น้อยเหลือเกิน จนตำรวจบางคนตัดสินใจทำอะไรโง่ๆลงไป



     พวกเรารู้ไหมครับว่า ตำรวจส่วนใหญ่ที่ทำงานด้านสายตรวจ สายสืบ และจราจร ไม่ได้ทำงานแค่ 8 ชม.ต่อวัน และการทำงานที่เกินกว่า 8 ชม.ต่อวันนั้น "ไม่มี OT"  ตำรวจทุกคนที่ต้องทำหน้าที่พิเศษ เช่นการตั้งด่านตามคำสั่งเฉพาะกิจ การระดมกวาดล้าง การมีเหตุพิเศษต่างๆ การทำงานในวันหยุดของตัวเอง ตำรวจต้องออกไปทำงานได้ตลอด 24 ชม. โดยไม่ได้รับเงินพิเศษใดๆทั้งสิ้น ค่าน้ำมันรถ ค่ากิน ค่าเดินทาง ไม่ต้องถามหา ทุกคนต้องจ่ายเอง ถ้าเป็นคุณ จะรู้สึกอย่างไรครับที่ต้องทำงานล่วงเวลาที่เสี่ยงอันตรายโดยไม่รับค่าตอบแทน และปฏิเสธไม่ได้ด้วย นี่แหละความจริงของตำรวจไทย

     ผมสงสัยเหลือเกินว่า ปัญหาการทุจริต คอรัปชั่น รับเงินใต้โต๊ะ วิ่งเต้น และความชั่วต่างๆ ข้าราชการอื่นไม่มีเหรอ คนชั่วมาเป็นตำรวจกันหมดแล้วหรือ ไม่ไปเป็นหมอ ครู นักวิชาการ ทหาร พระ หรือ หน่วยงานอื่นๆบ้างเหรอ หรือเรายินดีที่จะจ่ายให้กับการคอรัปชั่นในหน่วยงานอื่นๆมากกว่าตำรวจ ใครๆก็รู้ว่าไม่จริงใช่ไหมครับ คนชั่วมีอยู่ทุกที่แหละ


     แล้วทำไมเล่นงานตำรวจดีกว่าล่ะ เพราะจริงๆตำรวจเป็นเป้าที่เด่นชัดกว่ามาก การเล่นงานตำรวจทำให้มีชื่อเสียงได้ง่าย การทำร้ายตำรวจได้จะเป็นคนดังในทันที ตัวอย่างก็มีให้เห็นกันอยู่ แล้วทุกคนก็จะรุมด่าตำรวจโดยไม่สนว่าไอ้คนที่สร้างเรื่องนี้ขึ้นมาก็ไม่ใช่คนดีเท่าไหร่หรอก

     ย้อนกลับไปที่ว่า ตำรวจเสมือนบุคคลคนหนึ่ง ที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ตลอดเวลาต้องคอยระวังตัวจากผู้ร้ายมากมายที่ต้องพบเจอไม่พอ ยังต้องระวังกับภัยจากโซเชี่ยลด้วย เพราะแค่ยืนอยู่เฉยๆคุณก็อาจตกเป็นผู้ร้ายได้ในทันที และเรื่องนี้ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว จะทำอะไรสักอย่างก็กลัวที่จะผิดพลาด เพราะที่ผ่านมาประสบการณ์ก็ได้สอนไว้แล้วว่าพลาดไม่ได้ ไม่ว่าจะเรืื่องอะไรก็ตาม หากพลาดขึ้นมาก็ต้องมีอันเป็นไปอย่างแน่นอน ไม่เสียอนาคตก็เสียเวลา


     แล้วในเมื่อความจริงมันเป็นแบบนี้ จะมีใครล่ะจะอยากอุทิศทุกอย่างเพื่อประชาชน สู้คอยระวังตัวไม่ให้มีเรื่องแล้วอยู่จนเกษียณรับบำนาญไปดีไหม ผู้เขียนยังจิตนาการไปถึงว่า วันที่ประเทศนี้ไม่มีตำรวจสักคน หรือแม้จะมี แต่ไม่มีใครอยากจะทุ่มเทตัวเพื่อประชาชน บ้านเมืองนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง ความปลอดภัยจะอยู่ที่ไหน อันตรายจะเต็มไปทั่วทุกหัวระแหง ชีิวิตของทุกคนต้องอยู่อย่างหวาดระแวง กินไม่อิ่ม นอนไม่อุ่นอย่างแน่นอน

     ผู้เขียนเคยได้ยินมาว่า การจะให้ใครสักคนทำดีนั้น คุณต้องชมว่าเขาดี และให้กำลังใจเขา คอยชี้แนะและช่วยเหลือ การดุด่าและเฆี่ยนตีอยู่ตลอดเวลา ไม่สามารถทำให้ใครสักคนกลายเป็นคนดีได้ เขาจะมีแค่ 2 ทางให้เลือก คือ ก้าวร้าวหรือหวาดกลัว เท่านั้น คุณอยากให้ตำรวจก้าวร้าวหรือหวาดกลัวดีล่ะ ลองเลือกดูครับ

iZA NEWS

บทความที่ได้รับความนิยม