วันพุธที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2561

คำเตือนจากผู้พิพากษาเรื่อง "ปืน"

     กฎหมายไทยอนุญาตให้ประชาชนมีสิทธิ์ที่จะมีและใช้อาวุธปืนได้ ไม่ว่าจะเพื่อป้องกันชีวิตและทรัพย์สิน เพื่อการกีฬา หรือ เพื่อการเก็บ แต่จริงๆแล้วปืนก็คือปืน จะใช้เพื่อการอะไรก็ล้วนแต่สามารถใช้ยิงหัวกระสุนปืนออกไปได้ และสามารถทำร้ายทำลายวัตถุหรือสิ่งมีชีวิตได้เหมือนๆกัน



    ในเมื่อกฎหมายอนุญาตให้มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองได้ ปัญหาจึงไม่ใช่เรื่องการมี  แต่ปัญหามันอยู่ที่การใช้ต่างหาก ผู้พิพากษาท่านหนึ่งได้ให้ข้อมูลไว้ว่า การมีอาวุธปืนไม่ใช่เรื่องยาก ไม่ว่าจะปืนถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมาย แต่สิ่งสำคัญคือการที่คนๆหนึ่งจะตัดสินใจใช้อาวุธปืนต่างหาก ไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่มีอำนาจใจการพกพา หรือ ประชาชนธรรมดาที่มีสิทธิ์ในการครอบครอง

     ประมวลกฎหมายอาญาของไทย ระบุไว้ชัดเจนว่าเราทุกคนมีสิทธิ์เสมือนกันอยู่ 1 อย่าง นั่นคือ สิทธิในการ "ป้องกันตัว" การกระทำที่เรียกว่าป้องกันตัวนั้น กฎหมายบอกว่า"ผู้กระทำไม่มีความผิด "หากการกระทำนั้นพอสมควรแก่เหตุ" ่และผู้ที่อ้างว่าป้องกันตัวนั้นไม่ได้เป็นผู้ก่อเหตุหรือร่วมในการก่อเหตุ เช่นสมัครใจยกพวกตีกัน แต่พอสู้ไม่ได้จึงชักอาวุธปืนมายิง
     หากครบตามองค์ประกอบนี้ ผู้ป้องกันตัวจึงไม่มีความผิดใดๆเลย แต่แบบไหนล่ะที่เรียกว่าพอสมควรแก่เหตุ ตอบแบบง่ายๆก็คือ การกระทำหรือการใช้อาวุธในระดับเดียวกัน เช่น หมัดกับหมัด ไม้กับไม้ มีดกับมีด ปืนกับปืน อันนี้แบบคร่าวๆนะครับ รายละเอียดจริงๆยังมีมากกว่านี้เยอะ



     แล้วระดับไหนล่ะถึงจะใช้อาวุธปืนได้ คำตอบคือ ศาลมีดุลพินิจเป็นบรรทัดฐานว่า ปืน เป็นอาวุธโดยสภาพ เป็นอาวุธร้ายแรง สามารถทำอันตรายบุคคลให้ได้รับอันตรายและถึงแก่ความตายได้ในแทบจะทันที เพราะฉะนั้นการที่บุคคลใดตัดสินใจใช้อาวุธปืน จึงจำเป็นต้องมีเหตุผลที่จำเป็นและสมควรแก่เหตุเท่านั้นถึงจะสามารถใช้ได้โดยไม่ผิดกฎหมาย

     "ต้องจำเป็นแค่ไหน" จำเป็นขนาดว่าหากไม่ใช้แล้วอันตรายที่คุุณกำลังเผชิญนั้นจะทำให้คุณถึงแก่ชีวิตได้โดยที่คุณคุณไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว สิทธิ์แห่งการป้องกันตัวโดยใช้อาวุธปืนจนทำให้ผู้ก่อเหตุได้รับอันตรายสาหัส หรือถึงแก่ความตายย่อมเกิดขึ้นทันที เพราะหากคุณไม่ทำตัวคุณเองก็จะกลายเป็นผู้ได้รับอันตรายร้ายแรงหรือถึงแก่ความตายได้ แบบนี้เรียกว่าจำเป็นและพอสมควรแก่เหตุ



     แต่ศาลเองก็มีแนวทางในการพิจารณาที่ละเอียดลงไปมากกว่านี้อีก เช่น จำเป็นแค่ไหนที่ต้องยิงที่หน้าอก ทำไมไม่ยิงที่ขา หรือที่แขน อันตรายนั้นใกล้ชิดขนาดไหน ยิงไปกี่นัด อาวุธที่คนร้ายใช้นั้นคืออะไร และอื่นๆอีกมากมาย หากเราดูคลิปวีดีโอเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ โดยเฉพาะตำรวจในประเทศสหรัฐอเมริกา จะพบว่าตำรวจสามารถใช้อาวุธปืนในการป้องกันตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงมาก ด้วยความที่กฎหมายให้อำนาจไว้ และ ในทางตรงกันข้ามหากตำรวจใช้ในทางที่ไม่ถูกต้องก็จะโดนลงโทษแรงมากเช่นกัน  แตกต่างกับประเทศไทยที่แม้จะมีทั้งกฎหมายและกฎระเบียบให้สิทธิ์ไว้ แต่ในทางปฏิบัติแล้ว หากมีการใช้อาวุธปืนเกิดขึ้นจะเกิดปัญหาและเรื่องราวติดตามมาอีกมากมาย บางคนถึงกับต้องติดคุกไปแล้วก็มี ทำให้ตำรวจไทยไม่กล้าที่จะใช้อาวุธปืนเพื่อทำการป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น หรือบางครั้งก็แม้แต่ของตัวเอง

     สรุปคือ การมีอาวุธปืนไม่ใช่เรื่องใหญ่ สิ่งสำคัญคือ "คุณต้องรู้ว่าตอนไหนถึงจะใช้ปืน" ทั้งการแสดงให้รู้ว่ามีปืน และ การใช้ให้เหมาะสมกับระดับอันตรายที่เกิดขึ้นตรงหน้า เพราะหากเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นมาคุณจะได้รู้ว่าคุณมีสิทธิ์แค่ไหนที่จะอ้างว่าป้องกันตัวได้ และคุณจะไม่ต้องเดือดร้อนในภายหลัง

iZANEWS.com

บทความที่ได้รับความนิยม